12.8 C
New York
Wednesday, February 21, 2018
Home Lucky that we have monk Wooden Pillow's gallery

Wooden Pillow's gallery

หมอนไม้แกลอรี่

เธอเคยเป็นอย่างฉันบ้างไหม  อยู่ๆ คำพูดก็หายไป  บางทีฉันก็อยากรู้ว่า เธอหายไปไหนกัน  เจ้า"คำพูด" ฉันจึงออกตามหา ... คำพูด เธออยู่ไหน ไม่มีคำตอบจากเธอในทุกที่  แต่ฉันก็รู้สึกสบายดี เวลาไม่มีเธอ  หมอนไม้  ๒๔ กันยายน ๒๕๖๐ 
ไม่ว่าพายุจะพัดผ่านสักกี่ครั้ง ไม่ว่าคลื่นจะโหมกระหน่ำสักกี่หน พระพุทธองค์ ยังคงยิ้มให้กับฉัน ... ยังมีอะไรต้องกลัวอีกเล่า หมอนไม้ ก่อนไปสวดมนต์ทำวัตรค่ำ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๐
ไม่ว่าเสียงจะมาทางดานไหน...มันก็ผ่านไป ไม่ว่า รูปจะสวย หรือไม่สวย มันก็ผ่านไป ไม่ว่า เธอจะชอบ หรือไม่ชอบ ก็เป็นเพียงความรู้สึก ไม่ว่า จะอร่อยหรือไม่อร่อย  ก็เป็นเพียงรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอม หรือเหม็น ก็เป็นเพียง สมมติว่า กลิ่น ไม่ว่าจะเจ็บกายเพียงใด ก็คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ มาประชุมกัน เมื่อใดที่เราเลิกประชุม ก็จบ แต่อาจไม่จบ หมอนไม้  ๒๕ กันยายน ๒๕๖๐ 
เมื่อ “คลิป” กลายเป็นตาที่สามที่คอยจ้องมองการทำความผิดของผู้คน ความดุเดือดเผ็ดร้อนในทุกซอกมุมของบ้าน โรงเรียน ชุมชน สังคม จึงกลายเป็นนวนิยายรายวันอันโอชะที่หลายคนรอเสพ “รองเท้า” กับ “ตาที่สาม” โดย หมอนไม้ นำเสนอ "ตาที่ 4 "  ซึ่งต้องใช้หัวใจมอง... เช่น เรื่องราวของครูผู้หญิงในโรงเรียนแห่งหนึ่งเกิดโมโหเด็กนักเรียนที่วางรองเท้าไม่เรียบร้อยหน้าห้องเรียน จึงนำรองเท้าไปวางไว้บนศีรษะเด็กคนนั้น แล้วก็ให้เด็กกราบรองเท้า  ขณะที่ทุกอย่างดำเนินไป ทั้งครูและเด็กอาจไม่รู้ (หรือรู้ แล้วค่อยออกมาแก้ข่าวภายหลัง ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น) แต่ว่า เมื่อมีตาที่สามจ้องบันทึกการกระทำดังกล่าวไว้แล้วนำมาโพสต์จนมีคนดูมากกว่าหนึ่งล้านคน และมีคนมาแสดงความคิดมากกว่าหมื่นความคิดไปแล้ว  หากมองย้อนเข้าไปในจิตของเรา และค้นหาความหมายที่ให้ค่ากับสิ่งที่เห็น ปรากฎการณ์เช่นนี้ เป็นข่าวหรือไม่อย่างไร และมันให้คุณค่า หรือให้เราเรียนรู้สิ่งใดบ้าง หากเราพบเจอ เพราะบนโลกใบนี้ เราจะเลือกเสพสิ่งที่ดีงามอย่างเดียวอาจเป็นไปได้ และสิ่งที่ไม่ดีงามเราเลือกที่จะไม่เสพก็ได้อยู่ แต่ทั้งสองอย่าง เราจะเสพหรือไม่ มันก็เกิดขึ้นแล้วในสังคม และโลกออนไลน์ที่จำลอง เลือก และตัดทอนบางสิ่งบางอย่างโดยมีจุดประสงค์ที่จะให้ผู้ชม ผู้อ่าน คิด...
แม้ทุกคนไม่อาจเป็นแม่  แต่ทุกคนก็เป็นลูก  ฉันเชื่อว่า ตราบใดที่มนุษย์ระลึกถึงแม่  ตราบนั้นสงครามจะไม่เกิดขึ้น  และหากจะมีสงคราม ก็ขอให้รับรู้ว่า  ไม่ใช่เป็นเพราะมนุษย์ไม่อาจระลึกถึงแม่ได้  แต่เพราะเราอาจลืมความเป็นลูก น้ำตาบนโลกจึงไม่อาจเหือดแห้งไป เพราะเราต่างหลงลืมใครบางคน ที่สละได้แม้เลือดเนื้อ เพื่อเรา   อย่าทะเลาะกับแม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม  พบกับบทภาวนากับแม่ ทั่วโลก ทั้งจักรวาลที่รวมอยู่ในหัวใจแม่ ...ชีวิตของเราทุกคน ใน  "แม่...พลังใจเปลี่ยนชีวิต" หนังสือที่จะทำให้คุณได้สัมผัสรักจากแม่ในความเป็นจริงทุกช่วงเวลา    
 รุ้งกินน้ำปรากฎ ในวันที่ฉันพาแม่ไปกราบพระองค์ท่าน ... โค้งรุ้งพาดผ่านท้องฟ้ากว้างใหญ่ ... ใจฉันอบอุ่น...พระองค์ยังอยู่กับเราเสมอ “บันทึกของหมอนไม้ “ เล่มนี้ เดิมเป็นคอลัมน์เล็ก ๆ “ปักกลดกลางป่ากระดาษ” ในนิตยสาร เนชั่นสุดสัปดาห์ มาเกือบ ๒๐ ปี พร้อมภาพประกอบลายเส้นพู่กันจีน ที่วาดขึ้นเพื่อประกอบเรื่องราวให้น่าอ่าน ดูเพลินตา จิตใจเบาสบายชั่วขณะ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ไปแล้วสองเล่ม คือ “สุขให้เป็นเย็นให้ได้ “ และ “ปักกลดกลางป่ากระดาษ”               สำหรับ “ บันทึกของหมอนไม้” เล่มนี้ เดิมตั้งใจชื่อว่า “ปักกลดกลางใจ “ เป็นเล่มที่สามที่จะตีพิมพ์จากคอลัมน์ดังกล่าว เดิมทีมีสำนักพิมพ์หนึ่งขอต้นฉบับไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ และมีการจัด artwork ไปแล้ว แต่ด้วยความที่มีเหตุปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ต้องหยุดชะงักลง ต้นฉบับ จึงถูกเก็บไว้ในลิ้นชักกลางอากาศมาถึง ๖...
ช่วงเวลาตีสองกว่า ๆ ของวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๐ ฉันตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วเปิดประตูหลังบ้านออกไป พบกับหมอกลงอย่างหนักในค่ำคืน หรือจะเรียกว่า ช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่งก็ได้ ... แล้วฉันก็นอนไม่หลับอีก เลยออกมาเดินจงกรมอยู่หลังบ้าน  เดินด้วยความระลึกถึงพระกรุณาอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน ในอีกวันหนึ่งจะมาถึงนี้ ที่กำลังจะครบขวบปีพอดีแห่งการจากไปของพระองค์ท่าน ... ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๕.๕๒ น. วันนั้น...พสกนิกรทั่วแผ่นดิน ต่างหยุดอยู่ในช่องว่างของความหวั่นไหว ความไม่มั่นคง ความไม่เชื่อ หลากหลายสารพัดของความรู้สึก แล้วก็มีข้อความว่า ขอความกรุณาให้หยุดส่งข้อความกัน จกว่าจะได้รับข่าวอย่างเป็นทางการจากพระบรมมหาราชวัง... พสกนิกรของอพระองค์ทุกคนทั่วประเทศ และคงจะทั่วโลก ต่างหยุดส่งข้อความกันไปชวขณะ เป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อรอให้สำนักพระราชวัง แจ้งผ่านมายังรัฐบาลประกาศให้ทราบทั่วกันในค่ำวันนั้น และแล้ว วันรุ่งขึ้น ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ ประชาชนทั้งแผ่นดินต่างเดินทางมุ่งหน้าสู่สนามหลวง รอรับเสด็จเป็นครั้งสุดท้ายในขณะเคลื่อนพระบรมศพไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ฉันยังจำได้ถึงวันนั้น...
บางทีฉันก็สงสัยว่า ความคิด มันมาจากไหน บางที ความคิดมาแล้วก็ไป บางทีมาแล้วก็ไม่ไป หลอกให้เราทำตามมันเสียด้วย แล้วเราก็เป็นทุกข์เพราะทำตามความคิดนั้น ถ้าเราไม่อยากเป็นทุกข์ เพราะความคิด เวลาความคิดมา ดูมันเฉยๆ ก่อนนะ หมอนไม้
เพราะชีวิตมิได้โรยด้วยดอกไม้เสมอ... บางทีหนามแหลมคมจากเศษแก้วก็บาดเอาที่ฝ่าเท้า  แต่สามเณรน้อย และภิกษุสงฆ์ ผู้มีปณิธานอันแรงกล้าที่จะพ้นทุกข์ ยังคงเดินเท้าเปล่ามเป็นเวลากว่า ๒๖๐๐ ปี  ตามรอยพระศาสดาพระพุทธโคดม ผู้เห็นธรรมอันเที่ยงแท้ภายในจิตที่ปรากฎ ว่าไม่มีสิ่งใดที่จะยึดเอาไว้ได้สักอย่างเดียว  ชีวิตเป็นเพียงการดำรงอยู่ เป็นขณะๆ ไป  แต่สำหรับฆราาส ผู้ปรารถนาที่จะหลุดพ้นเล่า  จะถือเอาจริยวัตรเฉกเช่นสมณะได้หรือไม่อย่างไร  โปรดตรองดูหนทางแห่งพระพุทธองค์ที่วางไว้  ตราบใดที่บาตรพระพุทธเจ้าไม่เคยว่างจากอาหาร เพื่อเกื้อกูลชาวโลก  ตราบนั้น เรายังคงมีหนทาง  อย่าท้อแท้ แต่จงเชื่อมั่น และอาศัยบาตรพระพุทธนำหน้า  เพียงขออาหารและปัจจัยเล็กน้อยเพื่อยังชีพในแต่ละวัน  ให้ยังลมหายใจเพื่อผู้อื่น  ชีวิตก็อุดมแล้ว... หมอนไม้  ๑๖ กันยายน ๒๕๖๐   
- Advertisement -

LATEST NEWS

MUST READ