การลงพื้นที่จาริกบุญ จารึกธรรมติดตามการทำงานของพระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ ในสัปดาห์นี้ขอนำท่านทั้งหลายมาฟังปณิธานธรรมการทำงาน จากจุดเริ่มต้นกระบวนการคิด สู่กระบวนการลงมือทำ นำชาวบ้านให้เกิดศรัทธาหันหน้าเข้าหาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งของชีวิต

ระหว่างที่ท่านศึกษาอยู่ที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หลายๆ คนกล่าวว่า พระภิกษุสามเณรเราเรียนจบแล้วก็ไม่สามารถจะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เป็นรูปธรรมได้ ก็ทำให้คำพูดนี้ติดอยู่ในใจของเรา

พระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ
พระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ

ท่านล่าว่า ในระหว่างที่ศึกษาปริญญาโท กลุ่มเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกันก็ได้รวมตัวกันทำงาน ตั้งชื่อกลุ่มว่า กลุ่มพัฒนาจิต เพื่อชีวิดีงาม ภายหลังได้เปลี่ยนเป็น “กลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม” โดยมีปรัชญาว่า พัฒนาตน ด้วยการช่วยคนพัฒนา ก็ออกไปทำงานในหลายๆ โรงเรียนทำให้ได้รับแนวคิดกระบวนการทำงานต่างๆมากมาย ในช่วงแรกด้วยความที่ตัวเองเป็นชาวปกาเกอะญอ การที่ได้ไปพูดหน้าเวทีจึงเป็นการยาก เพราะด้วยความที่พูดไม่ชัด สำเนียงก็แปลกๆ แต่ด้วยการที่กระบวนการกลุ่มได้แบ่งหน้าที่ให้ทุกรูปได้แสดงออกในสิ่งที่ตัวเองถนัด ทำอย่างอื่นช่วยจัดสถานที่ ช่วยเตรียมอุปกรณ์ทำอย่างอื่นแทน และอาศัยการลงกลุ่มได้ฝึกการพูดจากกลุ่มเล็กๆ สิบคนสิบห้าคน ทำให้การทำงานด้วยกันเป็นการเติมเต็มให้แก่กันและกัน

การทำงานแย่งกันดีเราจะไม่ได้ดีสักคน

ถ้าแบ่งกันดี เราจะได้ดีทุกคน

จากการทำงานตรงนั้นทำให้ท่านได้ประสบการณ์ในการทำงาน จนเมื่อได้กลับมาอยู่บ้านเกิดของตัวเองจึงได้นำสิ่งที่ไปพร่ำสอนให้เด็กๆ สิ่งที่ครูบาอาจารย์สอน ท่านได้นำกลับมาลงมือทำ ฟังดูแล้วก็เหมือนเป็นการพิสูจน์สิ่งที่พูด โดยได้นำหลักนั้นมาเป็นปณิธานธรรม ในการทำงาน การดำเนินชีวิต กำหนดเป็นหัวข้อใหญ่ๆ คือ ลงมือทำด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่นในการทำดี อยู่อย่างมีสติ และมีความกตัญญู

๑.ลงมือทำด้วยความตั้งใจ

เวลาไปค่ายอบรมตามโรงเรียนต่างๆ ครูบาอาจารย์ให้เด็กนักเรียนท่องคำกลอน คำสอน หรือ บางคนก็เรียกว่าเป็นคาถา เมื่อว่าแล้วก็ใส่ท่าทางประกอบให้เด็กจำได้ มีคาถาหนึ่งที่ใช้บ่อยๆ ว่า คนเราจะประสบความสำเร็จได้ต้องเริ่มต้นด้วย ลงมือทำ ทำด้วยใจ มีจุดยืน มีพื้นฐาน ใช้ปัญญา ก้าวไปข้างหน้า

เมื่อตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านก็ได้อาศัยคาถานี้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ จากเริ่มสร้างอาศรมพระบัณฑิตอาสาบ้านดอกแดง กว่าจะเป็นศาลา กุฏิสงฆ์ ท่องคาถาไปไม่รู้กี่รอบ สิ่งที่เราพาเด็กท่องในวันนั้นเริ่มลึกซึ้งและชัดขึ้นมาเป็นรูปธรรมเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เป็นคาถาที่ขลัง

จากลงมือทำ มาสู่การทำด้วยใจ คำนี้ก็ย้ำเตือนจิตของท่านว่าสิ่งที่ทำ ทำด้วยใจไหม ถ้าทำด้วยใจต้องมีความสุข ไม่มีเวลาที่จะไปทุกข์ มีจุดยืน เวลาทำงานคนโน้นก็พูดอย่างนั้น คนนั้นก็พูดอย่างนี้ ถ้าไม่มีจุดยืนก็ทำให้ไขว้เขวหลงทางได้ มีพื้นฐานการมีความเข้าใจในสิ่งที่จะทำเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้รู้ว่าจะก้าวไปอย่างไร เป้าหมายต้องชัด เมื่อเกิดปัญหาสิ่งที่ต้องนำมาใช้คือปัญญา มีปัญญาในการแก้ปัญหา ไม่ใช่จมอยู่กับปัญหา จมอยู่กับความทุกข์ ในที่สุดก็จะก้าวไปข้างหน้าได้

งานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็เหมือนกัน เริ่มด้วยลงมือทำ ทุกอย่างใช้เวลา การทำงานไม่ว่าจะเป็นงานภายนอก งานภายในใจ ก็อาศัยหลักนี้ ทำให้ก้าวไปข้างหน้าได้ เหนื่อยท้อก็หาคนต้นแบบ

พระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ
พระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ

๒.มุ่งมั่นในการทำความดี

พระอาจารย์ท่านว่า ถ้าเราเชื่อในความดี มีความมุ่งมั่นในความดี แล้ววันหนึ่งความดีนั้นจะรักษาเรา การทำกิจกรรมต่างๆ ของอาศรมก็เช่นเดียวกัน การอบรมคนให้มีคุณธรรมจริยธรรม ให้เชื่อมันในความดี บางอย่างไม่ได้เห็นผลในวันสองวัน ใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี การรักษาวัฒนธรรมประเพณี ไม่ได้ทำให้ชาวบ้านภูมิใจในตอนนั้นเลย ทุกคนมองว่า การทอผ้าใส่เองก็ดี การทำย่ามที่เป็นของชนเผ่าก็ดีมีความยุ่งยาก ไม่สะดวกสบาย กว่าจะได้เงินใช้ แต่ความภูมิใจนี้เกิดขึ้นเมื่อชุมชนอื่นมาเชิญให้ไปแสดงวัฒนธรรมประเพณี เมื่อทุกคนมาเยี่ยมชุมชนแล้วเขาได้มอบย่ามมอบชุดให้แล้วเห็นคนอื่นชอบ ทำให้มีความสุข เห็นคุณค่า สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยเวลาทั้งนั้น

การทำความดีไม่รู้จะให้ผลวันไหน พระอาจารย์ท่านเล่าให้ฟังว่า เวลาไปอบรมชอบเรื่องที่พระอาจารย์ในกลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม เล่าเรื่องคนแก่อายุแปดสิบกว่าปีขุดดินปลูกมะม่วงกลางแดด ในขณะที่กำลังขุดดินอยู่ ก็มีพระราชาปลอมตัวเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ลุงทำอะไร “ขุดดินจะปลูกต้นมะม่วง”  ทำไมปลูกกลางแดดไม่รอให้ร่มก่อน “รอไม่ได้เพราะลุงอายุมากแล้ว ไม่รู้จะตายเมื่อไหร่”

พระราชาประทับในความคิดของลุงก็พระราชทานถุงทรัพย์ให้ ลุงได้รับแล้วก็รู้ว่าเป็นพระราชาก็กราบทูลว่า “ขอเดชะพระอาญามิพ้นเกล้า ต้นมะม่วงข้าพเจ้า แม้ขุดหลุมก็ให้ผลแล้ว” พระราชาประทับใจในคำกราบทูล ก็พระราชทานถุงทรัพย์ให้เป็นครั้งที่สอง ลุงก็กราบทูลอีกว่า “ขอเดชะพระอาญามิพ้นเกล้า ต้นมะม่วงข้าพระองค์ แม้ขุดหลุมก็ให้ผลแล้วเป็นครั้งที่สอง” พระราชาก็ประทับใจในคำกราบทูล ก็พระราชทานทรัพย์เป็นครั้งที่สามพร้อมกับตรัสว่า ลุงอย่าพึ่งกราบทูลอะไร แล้วก็ตรัสเรียกอำมาตย์มาว่า เราไปกันเถอะ เดี่ยวจะเสียทรัพย์ถุงที่สี่

พระอาจารย์ท่านสรุปให้ฟังว่า การทำดีของลุงแสดงให้เห็นว่า คนเราจะคิดดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องพูดดีด้วย พูดดีไม่พอ ต้องทำดีด้วย การมุ่งมั่นในการทำดี บางครั้งก็ไม่ต่างกับลุงที่ได้รับผลตอบแทนเกิดความคาดหมาย ความดีจะส่งผลต่อเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า เราทำงานเพื่อลาภ ยศ สรรเสริญอะไรหรอก พูดถึงในแง่ผลของความดี ความมุ่งมันในการทำดี เมื่อทำความดี ความดีก็จะรักษาตัวเราเอง คำนี้ยังใช้ได้ผล ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำดีได้กับตัว ทำชั่วไม่ได้ดี ทำดีเพื่อตัว อยู่แค่สิ้นลม ทำดีเพื่อสังคม อยู่คู่โลกา

๓. อยู่อย่างมีสติ

พูดถึงชีวิตของอาจารย์พระมหาฐานันดร เป็นชีวิตที่มีระคนไปด้วยความทุกข์ต่างๆ นานา ครูบาอาจารย์กลุ่มเพื่อชีวิตดีงามเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนไม่ค่อยได้เห็นร้อยยิ้มของท่าน แววตามมีแต่ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ยากนักที่ท่านจะปริยิ้ม ผู้เขียนเมื่อได้รับรู้ประวัติของท่านแล้วก็ทำให้ได้เข้าใจในสิ่งที่ครูบาอาจารย์ได้พูดถึงท่าน

ความทุกข์จากการที่พ่อเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ตัวเองต้องเดินทางขึ้นโรงขึ้นศาลตั้งแต่เด็กๆ ร่วมระยะเวลาหลายสิบปี กว่าคดีจะจบ พี่ชายคนหนึ่งก็ไปนับถือศาสนาคริสต์ แล้วก็มาชักชวนคนในครอบครัวให้ไปนับถือด้วย ตัวท่านเองบวชเป็นสามเณรแสวงหาที่พึ่งของใจ เป็นที่พึ่งให้กับตัวเองและต้องเป็นที่พึ่งให้กับครอบครัวด้วย

ชีวิตของท่านดูเหมือนจะเป็นชีวิตที่ไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ มาอยู่กรุงเทพฯ ก็ต้องดิ้นรนต่อสู้กับปัญหาทุกอย่าง หาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือ สมัยก่อนการอยู่ในวัดกรุงเทพฯ มีความลำบาก ทางวัดทางสำนักเรียนต้องการอยากจะให้พระเณรเรียนภาษาบาลีอย่างเดียว แต่ท่านก็เลือกที่จะเรียนทางโลกด้วย ทำให้มีปัญหาหลายๆ อย่างตามมา กว่าที่จะเรียนจบปริญญาโทได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ท่านเล่าให้ฟังว่า เมื่อเกิดมีปัญหาทำให้เราต้องอยู่อย่างมีสติ เวลามีปัญหาในชีวิตไม่ว่าเรื่องอะไรท่านก็จะนึกถึงนิทานเรื่องนี้ ทำให้มีกำลังใจ

พระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ
พระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ

มีแม่แพะกับลูกแพะจำนวนสามตัว อาศัยหากินอยู่ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง หลังจากกินอิ่มแล้วก็นอนอยู่กับลูกๆในโพรงไม้ต้นใหญ่ ขณะนั้นก็มีเสือโคร่งตัวหนึ่งซึ่งกำลังหิวเดินผ่านมาพอดีได้ยินเสียงลูกแพะร้อง จึงเข้าไปใกล้ต้นไม้หวังจะจับกินเป็นอาหาร แม่แพะได้กลิ่นเสือก็ตกใจ คิดในใจว่าเราตายแน่ แต่ก็รวบรวมสติขึ้นมาได้ ก็เลยร้องพูดกับลูกออกไปว่า

ลูกยักษ์ลูกมาร เมื่อเช้ากินช้างไปสามตัวยังไม่อิ่มอีกหรอ พอเสือได้ยินก็ตกใจวิ่งหนีสุดชีวิต คิดในใจเกือบไปแล้วกู ตัวอะไรกินช้างไปสามตัวยังไม่อิ่ม แล้วก็ไปนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ มองขึ้นไปเจอลิงตัวหนึ่งกำลังนั่งหัวเราะก็ถามไปว่า เจ้าหัวเราะอะไรนักหนา ก็หัวเราะพี่เสือนั่นแหละ พี่เสือวิ่งหนีอะไรมา พี่เสือตอบด้วยความเจ็บใจว่า ไม่รู้ตัวอะไรมันกินช้างสามตัวยังไม่อิ่มเลย โชคดีมากที่ข้าหนีมาได้ เจ้าลิงหัวเราะชอบใจพลางพูดว่า พี่เสือโดนหลอกแล้ว ในละแวกนี้มีแต่ครอบครัวแพะครอบครัวหนึ่ง เสือก็ไม่มั่นใจจึงพูดว่า ข้าไม่เชื่อหรอก เจ้าลิงก็บอกว่า งั้นข้าจะพาไปดู เสือก็ยังมีความรู้สึกไม่เชื่อใจจึงพูดว่า พาไปดูก็ไม่ปลอดภัย เพราะว่าเมื่อเกิดอะไรขึ้น เจ้าสามารถที่จะขึ้นต้นไม้ได้ แต่ข้านะขึ้นไม่ได้ เจ้าลิงก็บอกว่า งั้นก็ไม่เป็นไร เราเอาหางผูกติดกัน พี่จะได้เบาใจ แล้วก็ไปด้วยกัน

ฝ่ายเจ้าแพะที่แรกเห็นเสือวิ่งไม่คิดชีวิตก็เบาใจนึกว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว หันไปอีกทีเห็นเสือมาพร้อมกับลิง จึงได้รวบรวมสติแล้วพูดออกไปว่า เจ้าลิงหน้าโง่ ข้าสั่งให้เจ้าหลอกเสือมาสองตัวหลอกมาแค่ตัวเดียวหรือ เจ้าเสือพอได้ยินดังนั้นก็เข้าใจว่าลิงเป็นพวกเดียวกัน ก็วิ่งไม่คิดชีวิต ทำให้ลิงถูกลากไปจนขาดใจในที่สุด ตั้งแต่นั้นมาแพะก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ท่านสะท้อนให้ฟังว่า ชีวิตเราบางครั้งก็ไม่ต่างจากแม่แพะถ้าเราไม่มีสติ

ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง วันหนึ่งก็หลงไปอยู่ในอำนาจของสิ่งที่มายั่วยวน ยั่วยุทำให้เราติดไปในกระแสโลก

กระแสสังคมที่อุดมไปด้วยความโลภ โกรธ หลง

ถ้าเผลอสติก็จะตายเป็นอาหารเสือ

๔. กตัญญู

พระอาจารย์ท่านได้เล่าให้ฟังว่า ร้อยความดี กตัญญูมาเป็นที่หนึ่ง คนที่มีความกตัญญูตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ การที่เราไม่ลืมถิ่น ไม่ลืมวัฒนธรรม สิ่งที่เป็นตัวตน สิ่งที่เป็นรากเหง้าของเราทำให้เราอยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรักใคร่ จะทำอะไรก็มีแต่คนช่วยเหลือ ผมไปที่ไหนก็ไม่เคยอายที่จะบอกว่า ตัวเองเป็นชาวปกาเกอะญอ

เรื่องราวชีวิตของพระอาจารย์ท่านก็คงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างให้เราได้เรียนรู้ และเดินตามรอยธรรม ธรรมะหรือข้อคิด แม้เพียงข้อเดียวที่เรารู้แล้วลงมือปฏิบัติอย่างไม่ย่อท้อ ก็คงจะให้ผลตามสมควรแก่การปฏิบัติ ดังที่พระอาจารย์ท่านได้ปฏิบัติเป็นตัวอย่างแล้วนั่นเอง

พระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ
พระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ

ติดตามการลงพื้นที่จาริกบุญ จารึกธรรมติดตามการทำงานของพระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ ในตอนต่อไป

ณิธานธรรม “ทำด้วยใจ ใช้ปัญญา” โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

ผู้ประสานงานโครงการพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้

จาริกบ้าน จารึกธรรม (หน้าพระไตรสรณคมน์  นสพ. คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑)

พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท
พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

 

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here