มีวันนี้ได้ เพราะพลังรักของแม่ โดย พระมหาประสิทธิ์  ญาณปฺปทีโป

0
44

ในบรรดามนุษย์โลกที่แบกรับความทุกข์ไว้  ไม่มีใครเกินมนุษย์แม่  พวกเธอเป็นชนเผ่าที่มักจะเอาความทุกข์ของคนอื่นมาใส่ตัวเสมอ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลูก ของพ่อแม่  ของสามี  ล้วนแล้วแต่มีผลต่อพวกเธอทั้งสิ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ความทุกข์เรื่องลูก  คนเป็นแม่นั้นก่อนมีลูกก็มีความทุกข์เพราะเจ็บปวดจากการเป็นประจำเดือน  อย่างที่ได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “โรคผู้หญิง”  เป็นความเจ็บปวดที่ยากจะมีคนเข้าใจ  ซึ่งบางครั้งก็ส่งผลให้ภาวะอารมณ์แปรปรวน  ปั่นป่วนทั้งตนเองและคนใกล้เคียง  พอมีลูกไม่เป็นประจำเดือนก็ต้องรักษาครรภ์ซึ่งถือเป็นเรื่องหนักและต้องระมัดระวังมาก  สภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปทำให้หลายๆ อย่างต้องปรับตาม  การกิน การนอน เคลื่อนไหวตัวก็ลำบาก อีกทั้งยังมีอาการแพ้ท้อง  เมื่อถึงกำหนดคลอดก็เป็นอีกความทุกข์ที่ผู้ชายไม่มีวันเข้าใจ  เหล่านี้เป็นความทุกข์ของผู้หญิงซึ่งมีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎก  เพื่อให้เราเข้าใจความแตกต่างทางเพศสภาพทางกาย  และก็ยังมีมิติทางสังคมซึ่งในแต่ละวัฒนธรรมก็จะแตกต่างกันไป  แต่ในทุกสังคมผู้หญิงก็จะทำหน้าที่เดียวกันนั่นก็คือ “เป็นแม่”  และแม่ทุกคนก็มีความทุกข์เรื่องลูกคล้ายๆ กันเกือบจะทุกคน

ไม่มีลูก ก็เป็นความทุกข์ของภรรยา แต่เมื่อมีลูกแล้วก็จะเป็นความทุกข์ของแม่  ซึ่งจะต้องทำหน้าที่เลี้ยงลูกให้เป็นที่ต้องการตามความคาดหวังของครอบครัวและสังคม  ถ้าเลี้ยงแล้วลูกประพฤติไม่ดี สังคมก็จะตำหนิครอบครัว  และครอบครัวก็จะตำหนิคนที่เป็นแม่มากที่สุด  ซึ่งคนที่แสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องความประพฤติของลูกก็ดูจะมีเพียงแม่นี่แหละชัดเจนที่สุด  และถ้าลูกเจ็บป่วย  คนที่อยู่เคียงข้างลูกมากที่สุด  ก็เห็นจะมีแต่แม่อีกเช่นกัน  แม่บางคนจะต้องเลี้ยงลูกพิการเพียงลำพัง เพราะสามีไม่รับผิดชอบและทิ้งพวกเธอไปหาใหม่  ซึ่งสามีต้องการให้ทิ้งลูกพิการไปไม่ต้องเป็นภาระแต่เธอไม่ยอม  ทำให้ทะเลาะกันบ่อยครั้งและสุดท้ายเขาก็ทิ้งไป

แม่บางคนมีลูกเป็นคนดีมาก บวชมาแล้วประพฤติตัวดี เป็นอยู่อย่างพอเพียง ไม่ดื่มเหล้า  สูบบุหรี่  ใครว่าอะไรให้ก็ไม่โกรธ  ปรากฏว่า แม่เป็นทุกข์มาก  กลัวว่าลูกจะอยู่กับสังคมไม่ได้ ไม่มีเพื่อน  ธุรกิจจะไม่ก้าวหน้า  และถ้าหากว่ากลับไปบวชอีกครั้งแล้วไม่ยอมสึกสิ่งที่แม่สร้างไว้จะทำยังไง  อย่างนี้ก็สามารถทำให้แม่ทุกข์ได้  ไม่ต้องไปกล่าวถึง  แม่ทีมีลูกไม่เอาการเอางาน  ขี้คร้านตัวเป็นขน  จะทุกข์ระทมกับลูกขนาดไหน

ความรักของแม่ดูจะระคนด้วยความทุกข์ แต่ว่าทุกข์ทางกายแม่รับได้และพร้อมจะทนเพื่อให้ลูกได้มีชีวิตรอดคลอดออกมา  สัมผัสของแม่โอบกอดลูกไว้ทั้งในครรภ์และในอ้อมแขน  เลือดกลั่นเป็นนมให้ลูกได้ดื่มกินมีชีวิตรอดก่อนจะกินข้าวได้

รักลูกอย่างไรไม่ให้เจ็บปวด?

แม้ว่าแม่บางคนจะยอมรับความเจ็บปวดอันเป็นธรรมดาของคนเป็นแม่ไว้   แต่ในความเป็นจริงแม่สามารถที่จะรักและเลี้ยงดูลูกโดยที่ไม่เจ็บปวดหรือมีความทุกข์ไปกับลูกได้  และสามารถที่จะมีความสุขไปกับการเลี้ยงลูกได้ด้วย  เพราะความสุขของพ่อแม่คือสิ่งที่จะบ่มเพาะทุกสิ่งให้กับลูก

ธรรมะสำหรับพ่อแม่ขอให้มีหลักๆ แค่สัก ๔ ข้อก็น่าจะเพียงพอต่อการสร้างสรรค์ครอบครัวให้มีความสุขในการบ่มเพาะให้ลูกได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี

๑.เมตตา คือ ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข 

ไม่ใช่ใช้คำว่ารักของพ่อแม่เป็นเงื่อนไขให้ลูกต้องเป็นดั่งใจตนเองต้องการ  หรือเวลาทำอะไรก็อ้างว่ารักลูก แต่ทั้งหมดนั้นทำเพื่อสนองความต้องการของตนเอง เช่น ถ้าลูกรักแม่จริง ลูกต้องเรียนหมอให้แม่  เมื่อลูกเรียนให้อย่างที่ตนเองต้องการก็ทุ่มเทให้ไม่อั้นในวัตถุสิ่งของ แต่ถ้าลูกบอกว่าจะเรียนสิ่งที่ลูกต้องการแม่ก็เสียใจบางครั้งถึงขึ้นไม่พูดคุยกันนาน  ความรักแบบนี้ก็พร้อมที่จะมีเหตุทำให้ทุกข์ได้  ความรักแบบเมตตานั้นจะเป็นความรักที่เข้าใจคนที่ตนเองรัก  แม้หวังดีแต่จะไม่ใช้ความดีของตนเองเป็นเกณฑ์

๒.กรุณา คือ ความรักที่หวังดีอย่างไม่มีเงื่อนไข

พร้อมที่จะช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน   การเลี้ยงลูกไม่ใช่ทำธุรกิจ  ผลประกอบการไม่ใช่ผลกำไร  แต่มันคือความเติบใหญ่ของลูกอย่างเต็มศักยภาพ  คำว่ากรุณา ไม่ใช่แค่ให้ความช่วยเหลือด้วยวัตถุเท่านั้น  แต่บางครั้งแค่ให้โอกาส  หรือให้ลูกได้มีประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้เพื่อการดำเนินชีวิต แม่บางคนไม่เคยให้ลูกลำบาก  จัดแจงทุกอย่างเสร็จ  จนเด็กบางคนมีความเข้าใจว่าน้ำนั้นมาจากก๊อก  การที่แม่ได้กรุณาลูกโดยให้เขาได้เรียนรู้จักความจริงของโลกและชีวิต  ได้สัมผัสความลำบาก การรู้จักรอ และการได้เรียนรู้ความรู้สึกตนเองเมื่อไม่ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ  จะเป็นการพัฒนาวุฒิภาวะของเขาให้เหมาะสม  ไม่ใช่โตแล้วก็ยังควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ ผลกระทบจะมีต่อเขาเมื่อโตขึ้นแต่วุฒิภาวะพัฒนาการไม่ทัน

๓. มุทิตา  “คำชม” มีอำนาจมากกว่าที่เราคิด 

มีผลเชิงบวกต่ออารมณ์ของเด็กได้ดี  พ่อแม่ควรฝึกที่จะชมลูกบ้าง  แม้ว่าจะเป็นการทำอะไรสำเร็จเล็กๆ แต่เป็นสิ่งที่เขาทำได้ด้วยตัวเอง เช่น การใส่รองเท้าได้ด้วยตนเอง  การวาดภาพมังกรแม้ว่าจะดูแล้วเหมือนไส้เดือนก็ตาม  ลูกคนหนึ่งถือใบงานยับเยินแต่คะแนนเกือบเต็มไปให้แม่ดู  สิ่งที่แม่คนนั้นทำคือพยักหน้าแล้วก็หันหน้าเข้าจอโทรศัพท์  สักพักหันกลับมาอีกแล้วบอกว่า “มันยับแล้วทิ้งไปก็ได้เอาไปก็รกบ้าน”  คำว่า มุทิตา หรือ พลอยยินดี ไม่ใช่ว่าต้องรอวันที่ลูกจบปริญญาตรีแล้วค่อยมีช่อดอกไม้ แต่ว่าระหว่างวันที่ลูกนั้นทำอะไรดีดีแม่พ่อพอจะกล่าวชมได้ก็ขอให้พูด ให้เขารู้สึกว่า สิ่งที่เขาทำนั้นอยู่ในความใส่ใจของพ่อแม่และมันมีความสำคัญ  เขาจะมีความสุขกับการทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ลองคิดดูว่าจะดีขนาดไหนสำหรับเรา

๔. อุเบกขา ข้อนี้สำคัญมาก หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า  ให้วางเฉย 

คือ พอกล่าวสอนอะไรลูกไม่ได้แล้วก็ให้วางเฉย ปล่อยไปตามกรรม  อันนี้ผู้เขียนได้ยินมากับตัวเองพ่อแม่มีลูกวัยรุ่นที่ดื้อไม่ฟังใคร สุดท้ายแม่บอกว่า แล้วแต่เวรแต่กรรม  แต่ถึงจะพูดแบบนี้ หัวใจแม่ก็ทุกข์ทุกครั้งที่ลูกออกจากบ้าน  ข้อนี้แปลว่า เข้าไปดูให้ชัด หรือ ให้มีความเข้าใจในตัวลูกอย่างแท้จริง  เพศ  วัย และกลุ่มเพื่อนหรืออุปนิสัยของลูกเราเป็นอย่างไร  ความต้องการของเขาเป็นอย่างไร  ขณะนี้เขาความสนใจเรื่องอะไรอยู่ พูดง่ายๆ คือเราทำความเข้าใจลูกอย่างตรงไปตรงมา  จากนั้นค่อยพิจารณาว่า  จะแนะนำหรือสอนอย่างไร  ถ้าเขาจะเป็นวัยรุ่นแล้วก็ต้องทำใจให้กว้างกับพฤติกรรมบางอย่าง ที่อาจจะขัดใจเราบ้าง แต่ก็จะต้องค่อยๆ ปรับไม่ใช่หักลำด้วยคำสั่ง มีแต่จะทำให้ไปไกลกว่าเดิม

อยากให้คนเป็นแม่พ่อมีหลักธรรมประจำใจ  ไว้ยึดเหนี่ยวในยามที่ใจท้อ  การเลี้ยงลูกและดูแลครอบครัว  เป็นเรื่องที่เหนื่อยหนัก  แต่ด้วยรักและหัวใจเปี่ยมสุขของพ่อแม่จะช่วยแก้ไขทุกอย่างให้เป็นไปในทิศทางที่ดีได้   การเดินทางของชีวิตคู่ไม่ใช่แค่สองเรา  แต่มันคือเราหลายคนในครอบครัวเดียวกัน  ระยะทางที่แสนไกลจะซ้อนอุปสรรคและอันตรายเอาไว้มากมาย

Photo by Mon
Photo by Mon

พลังรักของทุกคนในบ้านเท่านั้น

ที่จะช่วยให้ผ่าฟันวันร้ายๆ ไปได้ 

แล้วจะไม่มีใครต้องเจ็บปวด

เพราะแบกภาระไว้เพียงลำพังอีกต่อไป

มีวันนี้ได้ เพราะพลังรักของแม่

โดย พระมหาประสิทธิ์  ญาณปฺปทีโป

จากคอลัมน์ โชคดีที่มีพระ (หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑)

 

 

พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป
พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here