ช่วงหลายวันที่ผ่านมาหลายคนคงสนุกกับการเล่นน้ำ  สำราญกับการฉลองกับเพื่อนและครอบครัว  ก่อนลาจากกันด้วยความเบิกบาน  มีกำลังใจเพื่อสู้งานและผจญกับอีกด้านของชีวิต

Photo by Mon
Photo by Mon

คนเรานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการสังคม  ต่อให้บางคนจะบอกว่าผมเข้าสังคมไม่เก่ง แต่นั่นก็มีนัยซ่อนว่าผมเองก็อยากจะเข้าสังคม หวังจะมีคนเข้าใจสักคน ที่สามารถรับรู้การมีตัวตนอยู่ของเรา   ฉะนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมคนถึงพยายามเพื่อให้คนอื่นสนใจตัวเอง  การต้องการความยอมรับหรือเป็นที่รักเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งซึ่งอับราฮัม มาสโลว์ นักจิตวิทยา เรียกว่า love and belonging needs หมายถึงความต้องการเป็นที่รักและเป็นส่วนหนึ่งของหมู่คณะ  แม้ว่าทุกคนจะอยู่ในสังคม แต่การรับรู้ถึงการมีอยู่และรู้สึกว่าตัวเองไม่ไร้ตัวตนในสังคมเป็นสิ่งที่คนต้องการอย่างมาก จนบางคนอาจจะต้องพยายามที่จะเหมือนคนอื่นเพื่อที่ตนจะได้อยู่ร่วมกับสังคมที่ตนเองรู้สึกว่าเหมาะสม   กลุ่มสังคมในรูปแบบต่างๆ จึงเกิดขึ้น  ไม่ใช่แค่ครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นกลุ่มชุมชน ชุมนุมต่างๆ และปัจจุบันก็ยังมีสังคมออนไลน์  ซึ่งกลายเป็นสังคมจำลอง ซ้อนสังคมจริงเข้าไปอีกชั้น  แต่การพยายามของบางคน อาจจะเป็นการบิดเบือนกลายเป็นตัวตนเสมือนจริง  คือเป็นแค่การแสดงเพื่อให้ตนเองได้แทรกอยู่ในกลุ่มเท่านั้นเอง  หรือได้รับการสนใจบ้าง

กลไกลักษณะนี้นี่เองที่เป็นเหตุให้คนนั้นมีพฤติกรรมไปในทาง เรียกร้องความสนใจ  อะไรแปลกๆ หรือพิสดาร คนก็อยากจะทำให้ตนเองเป็นที่ยอมรับและได้รับความสนใจจากคนทั่วไปในสังคม

โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเด็กและเยาวชนซึ่งกำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่   แต่ว่าการแสดงออกของเด็กจะไม่รอบคอบดีนักเพราะประสบการณ์  ความรู้ และทักษะทางความคิด ยังน้อยอยู่   พฤติกรรมจะเป็นอะไรที่ไม่ต้องคิดมากไม่ซับซ้อน เราก็เลยจะเห็นเด็กๆ นั้น ชอบที่จะเต้น  ร้องเพลง รำ และเล่นกีฬา โดยมากจะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบเสียส่วนใหญ่     ซึ่งถ้าเด็กๆ ได้รับการสนับสนุนในทางที่ดีและเหมาะสมแล้ว  พวกเขาก็จะมีพัฒนาการที่ดีต่อการพัฒนาตัวตนเพื่อเข้าเป็นสมาชิกของสังคมที่ดีต่อไป

ทักษะความสามารถเด็กๆ จะต้องได้รับการฝึกฝน

แต่มีสิ่งหนึ่งซึ่งเราต่างก็มองข้ามก็คือ “ความรู้สึก” 

ที่เราจะต้องฝึกฝนด้วยเช่นเดียวกัน 

เพราะความรู้สึกนึกชอบ หรือการตีความตามความรู้สึกจะเป็นสิ่งที่อยู่ภายในลึกๆ ของจิตใจว่าเขาจะมีพฤติกรรมอะไรออกมา 

เด็กที่เจอสิ่งเดียวกันอาจจะไม่รู้สึกเหมือนกัน 

บางคนเลือกที่จะปฏิเสธ แต่บางคนเลือกที่จะเผชิญสิ่งที่ขัดขวางความรู้สึกนั้น และฝึกฝนเรียนรู้มัน

จากไม่ชอบในตอนแรกกลายเป็นสิ่งที่ใช่ในตอนท้ายก็มี

เด็กๆ ต้องการความรักและความรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคม  ไม่ใช่แค่สังคมภาพรวม  แต่แค่สังคมเล็กๆ อย่างครอบครัวต่างหากที่เขาต้องการมากที่สุด  บางคนก็อาจจะไม่ได้อยากเรียนพิเศษแต่เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องการเจ้าจึงต้องพยายาม นั่นเพราะเขาต้องการที่จะเป็นที่รักและยอมรับของพ่อแม่หรือที่คนในครอบครัว  แต่ถ้าเขาไม่ได้รับความรู้สึกนั้นจากครอบครัว เขาก็จะต้องแสวงหามันจากคนอื่น  ถึงตอนนั้นเราก็ยากจะคาดเดาแล้วละว่า “เขาจะเลียนแบบจากใครหรือจากอะไร”

พ่อแม่ผู้ปกครอง จึงต้องพยายามที่จะให้กำลังใจกับเด็กๆ และจัดบรรยากาศของครอบครัวให้เป็นไปด้วยความอบอุ่นและให้โอกาส แม้ว่าเด็กอาจจะผิดพลาดบกพร่องเราก็ต้องมองอย่างเข้าใจ ว่าไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ทุกอย่างตามที่ใจเราต้องการ  อย่างเช่น คุณแม่ท่านหนึ่งกล่าวให้กำลังใจลูกเมื่อผลสอบออกมา ลูกก็รายงานให้แม่ฟังว่า “แม่จ๋า หนูสอบได้ที่ ๒๘”

แม่ถามว่า “แล้วในห้องมีกี่คนละลูก?”

“๓๐ คนจ๊ะแม่”

“ดีแล้วละลูกสอบได้ที่ ๒๘ เราก็ยังเอาชนะได้ตั้ง ๒ คนแนะ”

“ที่จริงหนูสอบได้ที่สุดท้ายจ๊ะแม่ เพราะอีกสองคนนั้นมันไม่มาสอบ”

ผู้เขียนพักไว้เท่านี้เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านได้ลองคิดต่ออีกหน่อยว่า “ถ้าเราเป็นแม่คนนี้ จะตอบหรือทำอย่างไรต่อไปกับลูกคนนี้”

ในทางพุทธศาสนาถือว่าทุกคนในสังคมล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ และแนวทางเพื่อการสร้างความรักและความรู้สึกเป็นที่ยอมรับต่อกันด้วยดี เพื่อให้ทุกคนในสังคมได้รับรู้ร่วมกันว่าเราต่างก็มีส่วนสำคัญต่อโครงสร้างของสังคม ในสิงคาลหสูตร เกี่ยวกับทิศ ๖ อาจจะไม่ได้กล่าวจนครบในเนื้อที่ตรงนี้ เพื่อให้เราได้ลองค้นศึกษาเพิ่มเติม  ด้วยตนเองบ้าง เพราะบางครั้ง การได้ค้นพบอะไรบางอย่างด้วยตนเองจะช่วยเติมเต็มความรู้สึกบางอย่างของเราได้ด้วยเช่นเดียวกัน  ลองดูแล้วจะรู้เอง

บางเสี้ยวของหัวใจที่ต้องเติมเต็ม

โดย พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป

จากคอลัมน์ โชคดีที่มีพระ (หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑)

 

พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป
พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป
 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here