พิธีกรรม อีกหนึ่งลมหายใจแห่งพระพุทธองค์  โดย พระราชกิจจาภรณ์ ( เทอด ญาณวชิโร)

0
87

 

พิธีกรรมเป็นการนำหลักคำสอนของพระพุทธองค์มาสู่การใช้ในชีวิตประจำวัน  จนกลายเป็นวัฒนธรรมที่เป็นรากฐานที่เข้มแข็งของพระพุทธศาสนา  และทำให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนามีชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้  ถ้าหากคนเราได้เรียนรู้พระพุทธศาสนาแบบไทยๆ ที่หล่อหลอมขึ้นมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมของคนไทย ก็จะเข้าใจได้ว่า พระพุทธศาสนา คือ ศาสนาที่มีชีวิตเป็นอย่างไร  เพราะนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติตาม จึงเกิดพิธีกรรมขึ้นมา และเพราะพิธีกรรมนี้เอง ทำให้คนไทยมีประเพณีของตนๆ ที่ถือปฏิบัติไปตามท้องถิ่น และเพราะประเพณีที่ปฏิบัติอยู่กันประจำตามท่องถิ่น จึงเกิดเป็นวัฒนธรรมของชนชาติ

พิธีกรรมจึงเป็นเพียงผลที่ปรากฏออกมาของจิตใจที่มีศรัทธามั่นคงต่อหลักคำสอนแล้วแสดงออกมาเป็นการกระทำ ซึ่ง แสดงให้เห็นว่า เรากำลังปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเป็นรูปธรรม

ดูเหมือนผู้คนพยายามปฏิเสธพิธีกรรม ด้วยเหตุผลว่า ไม่ใช่แก่นคำสอน แต่หารู้ไม่ว่า ที่จริง พิธีกรรมก็เป็นผลมาจากการปฏิบัติตามคำสอนนั่นเอง เหมือนเห็นใบไม้  แต่ไม่เห็นรากและแก่นของต้นไม้  ที่จริง ใบไม้ก็มาจากต้นไม้มีราก  มีแก่น  ยิ่งรากลึก  แก่นก็ยิ่งใหญ่  ทำให้กิ่งก้านมาก  และใบก็ดกหนา  เมื่อใบดกหนา  ร่มเงาก็มากตามไปด้วย  เหมือนเรารักเรากตัญญูต่อพ่อแม่ ความรักอยู่ในใจ แต่เราก็อยากให้ท่านเห็นว่า เรารัก จึงจัดดอกไม้มากราบมาไหว้ มาขอขมาในกรณีที่เห็นว่าจะทำให้ท่านไม่สบายใจ กลายเป็นพิธีกรรมขึ้นมา เรียกว่า ความรักเป็นนามธรรมในใจ  ส่วนพิธีกรรมที่แสดงออกมาทำให้ความรักกลายเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ เราเห็นก็นำมาปฏิบัติในชีวิต

อาจกล่าวได้ว่า พิธีกรรม เป็นผลปรากฏออกมาจากการที่กำลังปฏิบัติตามหลักคำสอนอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น พิธีกรรมถวายทาน พิธีกรรมสมาทานศีลพิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น

ที่จริง  การให้(ทาน) ไม่ต้องมีพิธีอะไรเลย แค่ยื่นให้ ก็คือ การให้ แต่เพราะการปฏิบัติตามหลักของทานมาจากศรัทธาที่เชื่อมั่นในหลักคำสอน จึงมีการคิดพิธีกรรมการให้ทานให้มีความละเอียดประณีตขึ้น  ตามความละเอียดของศรัทธาที่มีอยู่  และทั้งหมดก็เป็นการปลูกศรัทธาขึ้นมาให้มั่นคงในใจคนนั่นเอง

เมื่อก่อน  วิถีวัด  วิถีบ้าน  วิถีชุมชนกลมกลืนเป็นอันเดียวกัน วัดพึ่งบ้าน บ้านพึ่งวัด ผิดถูกถ้อยทีถ้อยอาศัย ประคับประคองเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ถึงหน้าประเพณีฮีตบ้านคองวัด พระก็นำชาวบ้านจัดกิจกรรมตามประเพณีของท้องถิ่นนั้นๆ ถึงเวลาทำกิจกรรมทางศาสนา ก็ให้ความสำคัญเคร่งครัดรัดกุม  ตกเย็นหลังทำวัตรเสร็จ   พระก็จะตีฆ้องออกคอง  เพื่อส่งสัญญาณให้ชาวบ้านรู้ว่า  พระเสร็จจากคองของพระแล้ว  ใครมีอะไรก็ให้เตรียมไว้ถวาย สามเณรก็จะเข้าหมู่บ้านแผ่(รับบริจาค)สิ่งของจากชาวบ้าน  มีโยมเดินนำหน้า ตีฆ้อง ร้องป่าวไปว่า “แผ่กระบอง ตอง ปูน พรู ยา”  หมายถึง ขอรับบริจาค กระบอง(ขี้ใต้ น้ำมัน ใส่ตะเกียง)สำหรับจุดให้แสงว่าง ตอง(ใบตอง) สำหรับดูดบุหรี่

เมื่อก่อนพระใช้ใบตองกล้วยพันยาสูบดูดบุหรี่ ปูนสำหรับกินหมาก ยา คือ ใบยาสูบ หรือ น้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำอ้อย บางคราว นานๆ ทีโยมก็จัดปรมัตถ์ถวาย

หลวงพ่อของอาตมา เป็นพระหลวงตา เป็นพระบ้านๆ เพราะท่านต้องอยู่กับชาวบ้าน  มีวิถีหมุนไปตามฤดูกาลของชาวบ้าน  ไม่ว่าประเพณีอะไรจะเกิดขึ้นกับชุมชนตามฤดูกาล  จะลงนาเก็บเกี่ยวหว่านไถปักดำ  ชาวบ้านทุกข์ร้อนสิ่งใดต้องมีท่านเข้าไปเกี่ยวข้อง  แต่มีสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการดำเนินอยู่บนวิถีแห่งสมณะของหลวงพ่อ คือ พอถึงวันพระ หลังทำวัตรเย็นเสร็จ ให้ศีลอุโบสถโยมเสร็จ จัดแจงดูแลภายในวัดเรียบร้อย ราวทุ่มเศษท่านจะออกจากวัดในหมู่บ้านไปปักกลดจำวัดในป่า ในแต่ละวัน ท่านจะให้พระบ้าง สามเณรบ้างสลับกันติดตามไปด้วยหนึ่งรูป

เมื่อตอนที่บวชเป็นสามเณรพรรษาแรก อาตมาต้องแบกกลดเดินตามหลังหลวงพ่อไปตามถนนดินทรายตัดทุ่งลัดเลาะเข้าป่าไป  บางทีก็มีโยมในหมู่บ้านตามไปคนสองคน ถ้าวันพระข้างขึ้นก็ดีหน่อยได้แสงสว่างจากดวงจันทร์ส่องลอดกิ่งไม้ลงมาพอให้เห็นทางเดิน แต่ถ้าเป็นข้างแรม มองไปทางไหนก็มืดไปหมด ถึงวาระสามเณรรูปใด พอไปถึงป่าก็กางกลดจัดเตรียมที่ให้หลวงพ่อแล้วท่านก็จะเข้าภาวนาไปพอสมควรก็จำวัด ตื่นมาอีกทีราวตีสามเศษ ก็จะกลับไปทำวัตรเช้าและรับอรุณที่วัดในหมู่บ้าน

วิถีของพระและชุมชนผูกโยงเป็นสายใยอันแน่นแฟ้น อบอุ่นประดุจเครือญาติกันเช่นนี้มานมนานในสังคมไทยนี้เอง ที่ขนบประเพณีวัฒนธรรมได้รักษาแก่นพระพุทธศาสนาไว้ได้มาจนถึงทุกวันนี้

พิธีกรรม ลมหายใจแห่งพระพุทธองค์  

พระราชกิจจาภรณ์ ( เทอด ญาณวชิโร)

จากคอลัมน์ ต้นรากเดียวกัน (หน้าธรรมวิจัย คมชัดลึก วันอังคารที่ ๒๕ เมษายน ๖๐)

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here