ธงธรรมนำชัยจากใต้ขึ้นเหนือ โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

0
745

“ที่นี่มีความลำบากเป็นอย่างมาก แต่ไม่เสี่ยง

ที่ภาคใต้ไม่ลำบาก แต่มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก”

พระอาจารย์ที่เดินทางมาจากจังหวัดนราธิวาส บอกเล่าความรู้สึกกับคณะธรรมสัญจร เยี่ยมพระพบปะโยม จำนวน ๑๗ รูป/คน ซึ่งประกอบด้วยพระวิทยากรสถาบันวิทยากร สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ วัดสระเกศ พระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จิตอาสาสถาบันพัฒนาพระวิทยากร จิตอาสาจริยธรรมแชนแนล จิตอาสามหาวิทยาลัยกรุงเทพ และจิตอาสามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ได้นำสิ่งของต่างๆ เครื่องไทยธรรม ผ้าขนหนู ยาหม่อง วิทยุ รองเท้า เครื่องเขียน ที่คณะศรัทธาญาติโยมร่วมบริจาคมาทำกิจกรรมส่งมอบให้กับญาติโยม เด็กๆในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอด ๑๐ วัน

ธงธรรมนำชัยจากใต้ขึ้นเหนือ 

โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท ผู้ประสานงานโครงการพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้

การเดินทางในครั้งนี้ มีพระธรรมทูตอาสาผู้เดินทางไกลที่สุดจากอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ถึงอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ร่วม ๑,๘๖๒ กิโลเมตร พระธรรมทูตอาสาผู้เดินทางใช้เวลายาวนานที่สุดนั่งรถไฟจากหาดใหญ่-กรุงเทพฯ ๑๖ ชั่วโมง แล้วนั่งรถทัวร์ร่วมคณะต่อมาที่จังหวัดเชียงใหม่ ๑๑ ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางรวม ๒๗ ชั่วโมง และจิตอาสาผู้ที่มีอายุเยอะที่สุด ๘๔ ปีร่วมเดินทางด้วย เพราะอะไรพระอาจารย์ท่านถึงเดินทางไกลมาถึงที่นี่ และเลือกการเดินทางที่ยาวนานที่สุด

พระปลัดธันวาคม สญฺญโม รองประธานเครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังสตูล เล่าว่าเคยแต่ได้ยินคนอื่นพูดว่า พระอาจารย์ท่าน  (พระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ) เรียนจบปริญญาเอกแล้ว เลือกที่จะมาทำงานเผยแผ่ตามป่าตามเขา เพื่อตอบแทนบ้านเกิด

“ก็เลยอยากมาดูให้เห็นด้วยตาถึงวิถีการทำงานของท่านเป็นอย่างไร มาเห็นแล้วก็ต้องยอมรับน้ำใจของท่านจริงๆ ความจริงท่านเลือกที่จะไปเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยก็ได้ เลือกที่จะอยู่กรุงเทพฯ วัดที่ท่านเคยอยู่ก็ได้ ท่านก็สามารถที่จะทำประโยชน์ได้เหมือนกัน แต่นี่ท่านเลือกที่จะมาลำบาก เป็นที่พึ่งให้กับญาติโยม”

ในขณะเดียวกัน พระครูโสภณปัญญาสาร ประธานเครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังหวัดสตูล บอกว่า มีความตั้งใจอยากจะมาเชียงใหม่ เกือบสามสิบปีแล้ว สมัยเรียนบาลีที่วัดชัยมงคลจังหวัดสงขลา วันนี้มีโอกาสแล้ว

“เคยได้ยินการทำงานมาราว ๒๐ กว่าปีของท่าน นั่งรถไปตามไหล่เขาต่างๆ ก็เลยลองนั่งรถไฟ นั่งรถทัวร์มาให้กำลังใจดูบ้าง พอมาแล้วก็ได้แรงบันดาลใจหลายๆอย่าง เก็บข้อมูลต่างๆที่ลงไปในแต่ละพื้นที่ อยากส่งเสริมสนับสนุน คิดโครงการหลายๆ อย่างไว้ ปีหน้าจะต้องเตรียมการมาช่วยให้ได้ ครั้งนี้ไปตามที่ต่างๆ เห็นเด็กนักเรียนมาทำวัตรสวดมนต์ก็มอบทุนการศึกษาทุกที่ เป็นปกติเวลาไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดสตูลก็เหมือนกัน เห็นเด็กเห็นคนลำบากก็มักจะมอบทุนให้กำลังใจตามกำลังศรัทธา ไม่ใช่ว่าพระมีเงินมีทองนะ ไม่มีเหมือนกัน เพราะความรู้สึกตอนเด็กๆ มีความสุขมากเวลาที่ผู้ใหญ่ หรือใครก็ตามมาเยี่ยม แล้วมอบเงินให้ ๕ บาท ๑๐ บาท ก็เลยอยากจะให้กำลังใจอย่างนั้นบ้าง

“ผมรู้จักท่านสมัยที่ท่านลงไปอบรมเครือข่ายพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการค่ายพุทธศาสนิกสัมพันธ์ และโครงการค่ายพุทธบุตรท่านก็ลงมาหลายครั้ง พูดถึงระยะทางที่ท่านเดินทางจากเชียงใหม่ลงภาคใต้ก็เท่าๆ ผมเดินทางขึ้นมา ๑,๘๐๐ กิโลเมตรกว่าๆ เหมือนกัน”

ท่านยังบอกอีกว่า การได้ลงทำกิจกรรมจาริกบุญ จารึกธรรมในพื้นที่การทำงานของท่าน ทำให้เห็นความอดทน ความพยายาม ความตั้งใจในการทำงานเผยแผ่ของท่าน พื้นที่ที่ไปมีความลำบากเป็นอย่างมาก แต่ไม่เสี่ยง ที่ภาคใต้ไม่ลำบาก แต่มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก พูดถึงความลำบาก ในการจาริกไปให้โยมได้มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เป็นการยากเหมือนกันกว่าชาวบ้านจะได้เจอพระ มีความเหมือนและความต่าง ความเหมือนคือพระหายาก

“ประทับใจตั้งแต่วันแรกที่เรามาถึงอาศรมบ้านดอกแดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ แล้วได้ขึ้นไปสำรวจพื้นที่ ได้ไปที่ยอดดอย ๓๖๐ องศา พระมหาดร.ฐานันดร ท่านบอกว่า เป็นการขึ้นมาปฐมนิเทศโครงการและชี้เป้าหมายในการลงชุมชน ผมมีความรู้สึกว่า เราได้ขึ้นมาปักธงธรรมนำชัย เพราะว่าการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาเราจะต้องมองเห็น ๓๖๐ องศา การขึ้นดอยมองจากข้างล่างขึ้นไปยอด ทำให้ท้อ แต่ถ้ามองไปที่ก้าวเดินในแต่ละก้าวๆ ทำให้มีความหวังที่จะไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้ เหมือนการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะที่ภาคเหนือหรือภาคใต้ ก็เหมือนการขึ้นสู่ยอดดอย แม้จะลำบาก เหน็ดเหนื่อยขนาดไหน แต่ถ้าขึ้นไปสู่ยอดดอยได้แล้ว ก็ทำให้มีความหวังที่จะเห็นแสงสว่างทำให้พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งของผู้คน”

พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ ประธานเครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังหวัดนราธิวาส บอกเล่าความรู้สึกกับคณะธรรมสัญจร

เช่นเดียวกันกับจิตอาสาผู้ที่มีอายุมากที่สุดบอกเล่าความรู้สึกว่า มีน้อยคนที่จะได้นั่งรถมาลำบากอย่างนี้ เรามาแค่บางที่ก็สัมผัสได้ถึงความลำบากแล้ว

“พระมหาดร.ฐานันดร ท่านไม่ได้ทำงานด้วยความรู้สึกของท่านเอง (อันนี้พูดเอาตามความรู้สึกของผมนะ) แต่ท่านทำงานด้วยความศรัทธาในพระพุทธเจ้า บางหมู่บ้านที่ไป เขาไม่รู้จักพระพุทธศาสนา ก็คงไม่ต่างจากสมัยพระพุทธเจ้า การที่พระไปในที่คนไม่รู้จักแล้วขอเขากิน เขาก็เอาอาหารเหลือเอาน้ำผักกาดให้กิน เพราะเขาไม่รู้จักการทำบุญ พระพุทธเจ้าต้องเอาความประพฤติแลกเอา ความประพฤติก็คือศีล ทำให้เขาศรัทธาแล้วสอนเขาให้รู้จักทำบุญ ห้ามความชั่ว ให้ตั้งอยู่ในความดี ทำจิตใจให้สงบ การที่พระมหาฐานันดรจาริกไปตามที่ต่างๆก็คงจะเป็นเช่นนั้น”

การลงชุมชนติดตามการทำงานของ พระมหาดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ ทำให้เห็นปณิธานอันแน่วแน่ในการทำงานเผยแผ่ของท่าน แม้จะผ่านวัน ผ่านเดือน ผ่านปีไปนานเท่าไหร่ ท่านก็ยังจาริกไปทำหน้าที่ตามที่ต่างๆ

ท่านเล่าให้ฟังว่า การทำงานบางครั้งเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง ไม่อยากจะออกไปเหมือนกัน แต่เมื่อนึกถึงญาติโยมที่ไม่มีที่พึง บางครั้งเขานั่งรถมาหาเราที่อาศรม พอไปดูแล้วถนนหนทางลำบากมาก ก็ทำให้มีกำลังใจที่จะทำหน้าที่ต่อไป

ติดตามการลงพื้นที่จาริกบุญ จารึกธรรมติดตามการทำงานของพระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ ในตอนต่อไป

พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท
พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

ากคอลัมน์ จาริกบ้าน จารึกธรรม

ธงธรรมนำชัยจากใต้ขึ้นเหนือ

โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

ผู้ประสานงานโครงการพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้

หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ. คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here