แสงแรกแห่งศรัทธา โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

0
628

ใกล้ถึงวันธรรมสัญจร เยี่ยมพระพบปะโยม แบ่งปันน้ำใจให้คนบนดอย ลงพื้นที่ ๕ อาศรม ๑๐ หมู่บ้าน ใน จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน ๑๒ -๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ แล้ว  ทำให้ย้อนนึกไปถึงเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มีโอกาสนั่งคุยกับพระมหาปฐมพงศ์ ญาณวํโส เราคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ นานา ตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงหกทุ่ม เรื่องส่วนใหญ่ที่คุยกันเป็นการทำงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิธีคิด มุมมองในการทำงาน จนในที่สุดก็มาจบลงที่ความคิด อยากจะเผยแผ่การทำงานของพระสงฆ์ในพื้นที่ห่างไกลถิ่นทุรกันดาร ในรูปแบบของภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว

ภาพโดย สถาบันพัฒนาพระวิทยากร สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและความมั่นคง 

แสงแรกแห่งศรัทธา 

โดย  พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

ผู้ประสานงานโครงการพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้เขียนได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นว่า เอาสิเราไปบนดอยกัน ไปที่อาศรมของพระอาจารย์รูปหนึ่งกันที่จังหวัดเชียงใหม่  เมื่อไปถึงท่านก็ให้ทีมจริยธรรมแชนแนล (สื่ออาสา) ถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายภาพเคลื่อนไหว ส่วนผมจะเขียนเรื่องเล่าการเดินทางนำเสนอ เราก็จะได้งานทั้งสามส่วน 

ท่านตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิด

คำถามเกิดขึ้นว่า แล้วเราจะเริ่มอย่างไร ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าแสงแรกแห่งศรัทธาเกิดขึ้นแล้ว ก็เลยนำแนวคิดไปปรึกษาครูบาอาจารย์ ท่านก็บอกว่า ได้สิทำเลย เราจึงเริ่มโทรศัพท์ไปสำรวจเส้นทาง สำรวจอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม กำหนดวันเดินทาง ตั้งชื่อโครงการ วางแผน คิดหาวิธีการที่จะได้ทุนมาดำเนินการ ทุกอย่างก็ดำเนินการไปเรื่อยๆ ตามกำลังที่เราจะทำได้ เพื่อเดินทางไปสู่เป้าหมาย หนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ได้

ใจหนึ่งของผู้เขียนก็อยากจะเสนอไปที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าจะสนุก เพราะการทำงานของพระธรรมทูตอาสาในพื้นที่ก็มีความน่าสนใจ แต่น่าจะเป็นไปไม่ได้ ครั้งนี้ก็เลยถือโอกาสนิมนต์พระธรรมทูตอาสาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมเดินทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย เหตุผลที่ผู้เขียนเสนอสถานที่จังหวัดเชียงใหม่ติดตามวิถีการจาริกบุญ จารึกธรรมของพระอาจารย์ท่านนี้ เพราะเคยได้ยินประวัติ และเห็นการอุทิศตนในการเรียน การทำงานเพื่อบ้านเกิดของท่าน แล้วทำให้เกิดความศรัทธา

ด้วยความรักในสถาบันพระพุทธศาสนา ตระหนักถึงการคุกคามของวัฒนธรรมสมัยใหม่ต่อแผ่นดินบ้านเกิด ท่านจึงตัดสินใจหันหลังให้เมืองหลวงที่ได้เคยมาอยู่อาศัย ศึกษาเล่าเรียนจนจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แล้วเดินทางกลับไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ปกป้องและพัฒนาผืนแผ่นดินบ้านเกิด โดยได้ร่วมกับเพื่อนๆ สหธรรมิกในท้องถิ่น บุกเบิกและก่อตั้งอาศรมพระธรรมจาริก ทำหน้าที่เผยแผ่บนพื้นที่สูง แต่ท่านก็ไม่ได้ทิ้งการเรียนนั่งรถไป-กลับ ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนจบปริญญาเอก

นับเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี ที่ท่านได้ดำเนินโครงการต่างๆ กิจกรรมเพื่อการพัฒนาชุมชนบ้านเกิด และการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้แก่ชาวบ้านและชุมชนที่อยู่ห่างไกลบนพื้นที่สูง เช่น โครงการบรรยายธรรมะสัญจร โครงการจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา โครงการบวชป่า โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี โครงการสัจจะออมทรัพย์ของชาวปกาเกอะญอ เป็นต้น

ก่อนที่ผู้เขียนจะโทรศัพท์ไปปรึกษาการทำกิจกรรมในพื้นที่ และสอบถามความต้องการสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการทำกิจกรรมกับพระอาจารย์ท่าน ก็มีความกังวลอยู่พอสมควร เพราะมีเวลาเตรียมการน้อย กลัวไม่มีสิ่งของอะไรจะไปทำกิจกรรมกับชาวบ้าน แต่พอได้พูดคุยกับท่านแล้ว ท่านก็เล่าให้ฟังว่า การที่เราไป ไม่ได้เน้นที่การมอบของช่วยเหลือ แต่ไปดูวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ มีโอกาสก็ให้ธรรมะ ของที่เราแบ่งปันก็เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยมเข้าหาธรรม ทำให้คลายความกังวลลงไปบ้าง

ท่านเล่าให้ฟังถึงวิธีการที่เราจะจาริกบุญ จารึกธรรมไปตามอาศรมและชุมชนต่างๆ เราจะไม่ใช้วิธีการรวมชาวบ้าน เราจะไปเยี่ยมแบบธรรมชาติ ไปตามบ้านที่มีคนเฒ่าคนแก่ เจอผู้ป่วยติดเตียงก็ไปนั่งพูดคุยสนทนาธรรม เรามีผ้าขนหนูสักผืน มียาหม่องสักขวดก็มอบให้ พาไหว้พระสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา ไปเจอคนรองเท้าขาดก็มอบให้ จะได้เห็นวิถีการดำเนินชีวิตของเขา

เราไปโรงเรียนก็ไปทำกิจกรรมกับเด็กๆ เข้าฐานธรรมะ เสร็จแล้วก็มอบอุปกรณ์การเรียน มอบขนมเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ประมาณนี้ ในช่วงเย็นๆ เราก็ไปพักที่อาศรม ทำวัตรสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา บรรยายธรรม สนทนาธรรมกับชาวบ้านที่มาร่วมสวดมนต์ ตอนเช้าก็ออกรับบิณฑบาต สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน

ในส่วนของอาศรมเราจัดเตรียมเครื่องไทยธรรมแห่งละ ๑ ชุด พร้อมกับถวายบำรุงค่าน้ำค่าไฟช่วยท่าน เป็นการให้กำลังใจพระสงฆ์ที่ทำหน้าที่ในการเผยแผ่บนพื้นที่สูง แล้วเราก็จาริกบุญ จารึกธรรมไปเรื่อยๆ ตามที่เรากำหนด

 

สำหรับหมู่บ้านที่จะไปก็มี ชุมชนบ้านแม่ริด ชุมชนบ้านแม่สวรรค์หลวง อาศรมบ้านแม่ปูน ชุมชนบ้านแม่แอบ ชุมชนบ้านผาแดง อาศรมบ้านผาแดง อำเภอแม่สะเรียง ชุมชนบ้านแม่เอาะ ชุมชนบ้านอุดาเหนือ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ชุมชนบ้านดอกแดง ชุมชนบ้านอมลอง อำเภอฮอด และชุมชนบ้านแม่ลอง อาศรมบ้านแม่ลอง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ระยะทางมีทั้งใกล้และไกลจากชุมชน ที่ใกล้สุดก็ประมาณ ๓ กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง ผู้เขียนได้ยินก็ตกใจ ทำไมใช้เวลานานจัง พระอาจารย์ท่านบอกว่า ส่วนใหญ่ชุมชนหมู่บ้านที่จะไปเป็นเส้นทางไต่ไหล่เขา วิ่งเร็วไม่ได้ ถ้าพลาดมาก็ลงเหวกัน ทำให้พอจะนึกภาพออก ทำไมถึงวิ่งเร็วไม่ได้

เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ทีมงาน (มีสองรูปแต่ก็ขอเรียกทีมงานก่อนนะ) ก็มาวางแผนเตรียมการ เขียนรายการ ทำแผ่นพับ โบรชัวร์ (Brochure) ประชาสัมพันธ์สิ่งของที่เราต้องการจะไปแบ่งปัน มีอะไรบ้าง อาทิ  ๑.ยาหม่อง ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำสวน ทำไร่ ทาแล้วจะได้หายปวดหลัง หายปวดเอว ๒.รองเท้า ต้องเป็นร้องเท้าดาวเทียมนะ ถึงจะทน ชาวบ้านใช้เดินขึ้นเขาจะได้ไม่ขาดง่าย ๓.ผ้าขนหนู มอบให้คนเฒ่าคนแก่ ๔.อุปกรณ์การเรียน ขนม ของขวัญ มอบให้เด็กๆ ๕.วิทยุ รุ่นเสียบยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ ตอนแรกก็สงสัยทำไมต้องเป็นเสียบยูเอสบีได้ พระอาจารย์ท่านบอกว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวปกาเกอะญอ ที่ผ่านมาผมบรรยายธรรมเป็นภาษาปกาเกอะญอแล้วบันทึกใส่ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ไว้ เวลาเดินทางไปไหนเจอครอบครัวไหนที่สนใจก็มอบให้ เครื่องเดียวฟังได้ทั้งครอบครัว

สำหรับผู้ที่สนใจสนับสนุนกิจกรรมติดต่อได้ที่ โทร.๐๘๖๗๖๗๕๔๕๔  และโปรดติดตามการจาริกบุญ จารึกธรรมใน จาริกบ้านจารึกธรรมในตอนต่อไป

แสงแรกแห่งศรัทธา

โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

ผู้ประสานงานโครงการพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้

พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท
พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

จากคอลัมน์ จาริกบ้าน จารึกธรรม

(หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ. คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑)

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here