“เราจะไม่ทิ้งกัน” เสียงที่ดังกว่าระเบิด โดย พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ

0
244

 

ประโยคแรกที่เราคุยกันในวันเริ่มโครงการ

ธรรมะเยียวยาใจ สายใยปลายด้ามขวาน

และเป็นประโยคที่เราบอกกันเสมอ ๆ คือ “เราจะไม่ทิ้งกัน”

ครั้งล่าสุดที่เราได้เจอกันคือการไปร่วมสวดมนต์

และฟังพระธรรมเทศนาบนเขาพระศรีศากยกมุนีพุทธโคดม

ค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานี

วันนั้นได้แสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง มรณานุสติ

(การระลึกถึงความตาย)

ความตอนหนึ่งว่า เรื่องตายนี่ ใครก็ตาย อยู่ที่ไหนก็ตาย

แต่มีอยู่อย่างมีคุณค่าได้อย่างไรคือสิ่งที่ควรพิจารณา

ซึ่งท่านทั้งหลายวันนี้ได้มาสร้างคุณค่าในการมีชีวิตแล้ว

เพราะมิเพียงแต่ได้ประโยชน์ส่วนตน

แต่ยังเป็นประโยชน์เกื้อกูลในการรักษาพระพุทธศาสนาด้วย

“เราจะไม่ทิ้งกัน” เสียงที่ดังกว่าระเบิด

โดย พระมหาธนเดช  ธมฺมปญฺโญ

พระมหาธนเดช  ธมฺมปญฺโญ
พระมหาธนเดช  ธมฺมปญฺโญ

หลังจากจบกิจกรรม โยมท่านหนึ่งเดินมาบอกว่า ปกติโยมกลับบ้านกลัวว่าจะอันตรายหรือเปล่า แต่วันนี้เข้าใจแล้วว่า ความตายไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะความตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่อยู่อย่างไรให้มีคุณค่าต่างหาก คือเรื่องวิเศษที่ควรพิจารณาให้มาก

พอได้ฟังแบบนี้ก็ชื่นใจว่าโยมได้หลักที่จะนำไปใช้ในชีวิตในพื้นที่ที่ใคร ๆ ก็เรียกกันว่า “พื้นที่สีแดง”

มรณานุสติ มิใช่เป็นหลักให้แต่เพียงญาติโยม แต่เป็นสิ่งที่พระคุณเจ้าได้พิจารณา เพราะหลังจากที่เดินทางกลับได้ไม่กี่ชั่วโมงก็เกิดการลอบวางระเบิดในเส้นทางที่เราเดินทางผ่านมา โยมเป็นห่วงโทรมาถาม “ท่านเป็นอย่างไรบ้าง กลัวหรือเปล่า”  จึงตอบกลับไปว่า  โยมไม่กลัว พระก็ไม่กลัว โยมอย่าทิ้งพระแล้วกัน

โยมรีบตอบกลับมาทันที “โยมไม่ทิ้งพระหรอก ว่าแต่พระแหละอย่าทิ้งโยม”

นั่นเป็นบทสนทนาธรรมดาผ่านทำนองอันแผ่วเบา แต่หนักแน่นในความตั้งใจว่า เราจะไม่ทิ้งกัน

หลังจากนั้นไม่ถึง ๒ สัปดาห์ เหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เสียงที่ไม่มีใครอยากได้ยินก็ดังขึ้น ท่ามกลางตลาดสดที่คับคั่งไปด้วยผู้คน หน้าร้านที่เพิ่งใส่บาตรพระสงฆ์  มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งมาจอด และก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น หลังจากนั้นบรรยากาศก็วุ่นวาย ผู้คนแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง มิใช่เพียงแต่ร่างกายที่ถูกทำร้าย หัวใจของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็แตกสลายไม่ต่างกัน

เมื่อเหตุการณ์สงบ ยอดจำนวนผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บถูกนับและประกาศให้ผู้คนรับรู้ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเท่าใด แต่นี่คือความสูญเสีย มิใช่ความสูญเสียของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความสูญเสียซึ่งเป็นของคนทั้งประเทศ

พวงหรีดของกลุ่มใต้ร่มพุทธธรรม ยะลา พุทธศาสนิกชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพวงหรีดพวงแรกของงานศพที่ถูกจัดขึ้น กลุ่มคนเล็ก ๆ ที่มีหัวใจยิ่งใหญ่ เป็นกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึง และเป็นกลุ่มสุดท้ายที่เดินทางกลับจากงานศพ  เราเริ่มต้นจากธารน้ำใจเล็กๆ ไหลไปลดความรุ่มร้อนทั้งของคนและสถานการณ์ สิ่งละอันพันละน้อยถูกหยิบจับโดยคนโน้นบ้าง คนนี้บ้าง ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสิ่งที่ตนเองทำได้อย่างเต็มหัวใจ

รุ่งเช้าขึ้นมา ดอกกุหลาบมากมาย ถูกถือมาในตลาดสดที่เกิดเหตุ เป็นกุหลาบที่ถือมาแทนหัวใจของคนไทย มาเพื่อมอบให้ถึงใจ เป็นกำลังใจให้กัน พระสงฆ์ในพื้นที่ออกมาพบปะญาติโยมเพื่อให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน ทุกคนต่างไม่นิ่งเฉยดูดายในการที่จะฟื้นฟูจิตของผู้คนทางนั้น น้ำใจก็หลั่งไหล ทั้งจากแดนใกล้ แดนใกล้อย่างมากมาย เงินเยียวยาถูกพิจารณาตามความเสียหาย แต่เวลานี้สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่เงินเยียวยา แต่คือมือที่หยิบยื่นน้ำใจมา ในฐานะเพื่อนมนุษย์

ใช่ อาจมีคนบอกว่าคนเหล่านี้โลกสวย หรือสร้างภาพอะไรเทือกนั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถ้าไม่มีคนที่ลุกขึ้นมาทำให้โลกใบนี้เป็น “โลกสวย” นั่นเท่ากับเราเปิดโอกาสให้กับคนที่เขาอยากจะทำให้โลกนี้เป็น “โลกไม่สวย” คนเราชอบมีข้อแม้ แม้กระทั่งกับการทำความดี ทั้ง ๆ การทำความดี ควรทำอย่างไม่มีข้อแม้ เหมือนน้ำใจที่ไหลมาอย่างไม่มีข้อแม้

มาจนถึงวันนี้ เรายังยืนคำเดิม คำที่เราเคยพูดตั้งแต่วันแรก

และบอกกันเสมอ ๆ ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไร เราจะไม่ทิ้งกัน”

สิ่งที่ทำให้เรามั่นใจเช่นนั้น คือน้ำใจจากคนร้อยพัน ที่หลั่งไหลมาอย่างมากมาย จนเสียงของน้ำใจ ดังไกลกว่าเสียงระเบิด

“เราจะไม่ทิ้งกัน” เสียงที่ดังกว่าระเบิด

โดย พระมหาธนเดช  ธมฺมปญฺโญ

พระมหาธนเดช  ธมฺมปญฺโญ
พระมหาธนเดช  ธมฺมปญฺโญ

จากคอลัมน์ เย็นกายสุขใจ (หน้าธรรมวิจัย นสพ.คมชัดลึก วันอังคารที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑)

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here