“พระศาสนาได้ วัดได้ เราได้ ให้ทำ …

พระศาสนาไม่ได้ วัดได้ เราได้ ไม่ให้ทำ …

พระศาสนาได้ วัดได้ เราไม่ได้ ให้ทำ”

เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

กล่าวถึงหลักการทำงานพระศาสนาไว้

สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว อุปณมหาเถระ) ภาพจาก วัดสระเกศ
สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว อุปณมหาเถระ) ภาพจาก วัดสระเกศ

สืบเนื่องจากการที่ได้ประชาสัมพันธ์โครงการธรรมสัญจร เยี่ยมพระพบปะโยม แบ่งปันน้ำใจ ให้คนบนดอย ลงพื้นที่ ๕ อาศรม ๑๐ หมู่บ้าน ใน จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน ๑๒ – ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ มีพระอาจารย์หลายรูปได้ถามขึ้น คำถามง่ายๆ แต่ดูเหมือนว่าจะตอบยากพอสมควร

“เพราะอะไรพระอาจารย์ถึงเลือกลงชุมชนที่นี่ ที่จังหวัดเชียงใหม่

และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

พระสงฆ์หลายรูปหลายพื้นที่ก็ทำงานหนักเหมือนกัน

ไม่ว่าภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้

พระสงฆ์เหล่านั้นก็ทำงานเป็นที่พึ่งของญาติโยมในทุกพื้นที่

ของประเทศไทยเหมือนกัน

ท่านสะท้อนให้ฟังว่า จังหวัดเชียงใหม่อาศรมอื่นๆ ก็ทำงานหนัก หลายอาศรมอยู่ในพื้นที่ห่างไกลกว่าที่จะไปมาก ทุกอย่างมีความลำบาก รถไม่สามารถจะไปถึงได้ ต้องอาศัยการเดิน บางอาศรมเป็นพระสงฆ์ที่มาจากต่างถิ่น ต่างประเทศก็มี ที่อาศรมแห่งหนึ่งมีพระอาจารย์จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้นมาจาริกบุญ จารึกธรรมแล้วเกิดความศรัทธา เห็นความทุกข์ของชาวบ้านแล้วก็อยากจะช่วย แต่การที่จะช่วยด้วยการไปเยี่ยมให้ธรรมะ ให้สิ่งของให้เป็นครั้งเป็นคราว ท่านว่าไม่ทำให้เกิดความยั่งยืน ท่านก็เลยยืนหยัดอยู่เป็นหลักชัยให้กับชาวบ้าน สร้างอาศรม สร้างวัด สร้างโรงเรียนการกุศลของวัดให้การศึกษากับบุตรหลานของชาวบ้าน ภาคฤดูร้อนก็นำเด็กๆ เข้ามาบวชเรียนรู้พระพุทธศาสนาปีละไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ รูป ฟังดูแล้วก็นับว่าเป็นความเสียสละอย่างมากของหลายๆ รูปทำอย่างนี้

พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี ดร.ป.ธ.๙
พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี ดร.ป.ธ.๙

ผู้เขียนนำคำถามนี้ไปปรึกษา พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี ดร.ป.ธ.๙ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ วัดสระเกศ ว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไร เพราะอะไรต้องเลือกไปที่นี่ ท่านก็ให้คำแนะนำว่า การเดินทางไกล เดินทางยาวนาน ๑๐ วันอาจจะทำให้เกิดความลำบากใจได้ ถ้าไม่เลือกคนที่เรารู้จัก ก็อาศัยความคุ้นเคย จะทำให้การเดินทางของเราไปถึงเป้าหมายได้ แล้วท่านเล่าถึงเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ว่า เวลาที่จะทำงานอะไร เจ้าประคุณฯ ท่านจะให้นึกถึงคือ นึกถึงพระศาสนา สำนัก (วัด) ตัวเราเอง ทำแล้วพระศาสนาไม่เดือดร้อน สำนักไม่เดือดร้อน ตัวเราไม่ได้เดือดร้อน

ในทางกลับกัน เมื่อพระศาสนาได้ สำนักก็ได้ ตัวเราก็ได้ ที่ยกมาอย่างนี้ก็อยากจะให้เห็นว่า พระอาจารย์ที่เราจะเดินทางไปเยี่ยมจาริกบุญ จารึกธรรม ติดตามวิถีชีวิตการทำงานของท่านก็เช่นเดียวกัน ท่านทำงาน กว่า ๒๐ ปีเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า ท่านทำงานเพื่อพระศาสนาเป็นหลักใหญ่ นี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เลือกมาที่นี่

การตามรอยธรรมของเจ้าประคุณสมเด็จฯ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน ผู้เขียนก็เลยไปสอบถาม พระครูสิริวิหารการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า เคยได้ยินเจ้าประคุณสมเด็จฯ พูดถึงประโยคนี้ อันเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานพระศาสนาว่า  พระศาสนาได้ วัดได้ เราได้ ให้ทำ .. พระศาสนาไม่ได้ วัดได้ เราได้ ไม่ให้ทำ … แม้โดยที่สุด พระศาสนาได้ วัดได้ เราไม่ได้ ให้ทำ” เมื่อได้ฟังแล้วก็ทำให้ได้ข้อคิด คติในการทำงาน เป็นการยากที่จะได้ยิน ได้ฟังคำที่เป็นลึกซึ้งอย่างนี้

เล่าถึงเรื่องของการเตรียมเดินทาง และการเตรียมของที่จะไปจาริกบุญ จารึกธรรมก็มีความพร้อมแล้ว (ข้อความนี้เขียนขึ้นก่อนการเดินทาง ๒ วัน) การเดินทางตอนแรกคิดว่าจะมีผู้เดินทาง ๔-๕ รูป/คน ไปเรื่อยๆ แต่ว่ามีผู้สนใจร่วมเดินทางเป็นจำนวนมาก ยอดผู้ร่วมเดินทางปัจจุบัน ๑๗ รูป/คน

มีพระอาจารย์รูปหนึ่งแจ้งว่า จองตั๋วไม่ทัน

“ถ้ามีใครสละสิทธิ์ไม่ไปผมขอไปนะ ผมสอบถามรถทัวร์ทุกเที่ยวเต็มหมด ต้องรอคนสละสิทธิ์เที่ยวที่คณะพระอาจารย์จะไป”

ผู้เขียนก็แปลกใจพอบอกว่าจะไปธรรมสัญจร คนนั้นก็อยากไป คนนี้ก็อยากไป ได้เล่าให้ทุกคนฟังว่าเราไปพักที่อาศรมนะ ไม่มีที่นอนหมอนมุ้งอะไรเลย ห้องน้ำไม่ต้องพูดถึง ไม่ต่างจากประเทศอินเดีย อินเดียใช้ ป.ต.ท (ปล่อยตามทุ่ง) แต่ที่ไปก็เหมือนกัน ป.ต.ท แต่ดีกว่าหน่อยมีต้นไม้เป็นกำแพง เส้นทางที่จะไปก็มีความลำบากเป็นอย่างมาก อาหารก็ยังไม่มีคนทำ คนที่ไปจะต้องเป็นแม่ครัวเอง เล่าขนาดนี้ก็ยังไม่มีใครถอนตัว ฮาๆ ทุกคนมีความตั้งใจที่จะไปจริงๆ อยากจะบอกทุกคนว่าเตรียมการ เพื่อจะไป อย่าลืมเตรียมใจ เพื่อปล่อยวางด้วยนะ

สำหรับทีมงานก็ต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางใหม่ จากกรุงเทพไปเชียงใหม่ รถลงชุมชนก็เพิ่มเป็น ๓ คัน

ผู้เขียนขอใช้พื้นที่ตรงนี้ได้กราบขอบพระคุณคณะพระอาจารย์ และอนุโมทนาญาติโยมทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมนี้ ประทับใจพระอาจารย์รูปหนึ่งมากท่านเห็นโครงการแล้วท่านก็แจ้งความประสงค์ว่า ท่านอภิชาติครับ ผมเป็นเจ้าภาพหนึ่งดอยนะ แต่เสียดายไม่มีที่ว่างให้ผมร่วมเดินทางด้วย แล้วท่านก็หัวเราะ ผู้เขียนก็ได้แต่บอกว่า ไม่เป็นไรครับ เอาไว้โอกาสหน้า

สำหรับเรื่องของการทำบุญ

ขอทำความเข้าใจกับญาติโยมทุกคนว่า

การทำบุญไม่ว่าจะทำกับใคร ที่ไหน ก็ขอให้ทำด้วยความศรัทธา

อย่าทำด้วยความรู้สึกเกรงใจ

เพราะงานบุญ งานพระศาสนา

งานการศาสนสงเคราะห์เป็นงานที่ไม่มีที่สิ้นสุด มีตลอดทั้งปี

เราทำตามกำลังศรัทธาที่เรามีดีที่สุด

ผู้เขียนก็เพียงทำหน้าที่เป็นสะพานบุญให้ทุกท่านได้ทราบ

ในท้ายที่สุดก็ขออนุโมทนา

ขอทุกท่านจงเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญที่เกิดขึ้น

จากการจาริกบุญ จารึกธรรมในในครั้งนี้

และ…

โปรดติดตามการจาริกบุญ จารึกธรรมในตอนต่อไป

 

เดินตามรอยธรรม 

โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

ผู้ประสานงานโครงการพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้

จากคอลัมน์ จาริกบ้าน จารึกธรรม

(หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑)

พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท
พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here