สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ โดย พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ

0
867

เรื่องเล่าโดย  พระมหาธนเดช  ธมฺมปญฺโญ จากดินแดนพุทธภูมิ เมื่อเณรน้อยจาริกธรรมแล้วเกิดปวดท้องขึ้นมา …ท่านจะพึ่งใครได้บ้าง

ภาพของเด็กหญิงหน้าตาน่ารักพร้อมกับเครื่องดนตรีเล็ก ๆ นั่งอยู่กับพื้น เสียงสวดมนต์ที่ดังขึ้นเป็นทำนองด้วยเสียงอันไพเราะเหมือนซ้อมมาอย่างชำนาญว่า พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ  เข้ากันได้อย่างดีกับเสียงดนตรีที่บรรเลง สิ่งที่พบเห็นตรงหน้าทำให้ตัดสินใจไม่ยากเลยที่จะควักเงินออกจากกระเป๋ามอบให้เธอเป็นรางวัล

เย็นกายสุขใจ โดย พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ
เย็นกายสุขใจ โดย พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

 คอลัมน์ เย็นกายสุขใจ 

โดย  พระมหาธนเดช  ธมฺมปญฺโญ

โยมคณะหนึ่งปวารณาว่าหากมีอะไรพอจะช่วยได้ก็ยินดี ถือเป็นการทำบุญร่วมกัน ต่อจากนั้นก็ได้ทำพิธีหลายอย่างด้วยกันบนภูเขาจนเสร็จสิ้น ในขณะที่เดินลงเขา สามเณรรูปหนึ่งเดินมาหาด้วยหน้าตาทุกข์ทรมาน พร้อมบอก “พระอาจารย์ครับ ผมปวดท้องมากเลย ไม่รู้เป็นอะไร”

ทันทีที่พูดจบความวุ่นวายก็เกิดขึ้น เพื่อนสามเณรเริ่มหันมามองว่าใครเป็นอะไร กระเป๋ายาสามัญประจำบ้านที่เตรียมไปเริ่มถูกเปิดออก เลือกหาว่ามีอะไรที่พอจะบรรเทาอาการได้บ้าง

เย็นกายสุขใจ โดย พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ
เย็นกายสุขใจ โดย พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ

“ผมปวดมากเลยครับ ไม่รู้ว่าไส้ติ่งจะแตกหรือเปล่า?”

เราต้องช่วยกันพยุงสามเณรลงจากเขา นี่คือเรื่องใหญ่สำหรับการไปต่างแดน ในที่ที่เราไม่รู้ว่าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน แล้วเกิดอาการป่วยฉุกเฉินที่ร้ายแรงแบบนี้ โยมท่านหนึ่งมองดูอยู่นานแล้ว เห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้ามาบอกว่า ผมเป็นหมอครับ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?

หลังจากนั้นคุณหมอก็คลำดูท้อง แล้วบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่เกี่ยวกับไส้ติ่ง เพียงแค่ลมในท้องมากไปเท่านั้น พักสักเดี๋ยวก็หาย หลังจากสามเณรหายจากอาการปวดท้อง คุณหมอก็สนทนาว่า ผมปวารณาแล้วว่ามีอะไรที่ผมช่วยได้ผมยินดี

อ๋อ คุณหมอคือคนเดียวกันกับที่ได้สนทนากันตอนขึ้นเขา นี่เรามีของดีอยู่ใกล้ตัวแท้ ๆ แต่ไม่รู้จัก และไม่ได้นำมาเป็นที่พึ่งเอง

คณะของเราได้กราบพระพุทธเจ้าปางปรินิพพาน หลังจากนั้นโยมท่านหนึ่งถามว่า พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของเรา พระองค์ก็ปรินิพพานแล้วมิใช่หรือ? เราจะพึ่งพระพุทธเจ้าได้อย่างไร

คำกล่าวว่า พระพุทธเจ้าปรินิพพานนั้นถูกต้อง ข้อเท็จจริงนี้เราทราบกันเป็นประการอื่นไม่ได้ แต่ก่อนจะปรินิพพานพระองค์ตรัสไว้ว่า  ธรรมก็ดี วินัยก็ดีอันใด อันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ ก็คือพระธรรมที่เราสวดกันว่า ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ พระธรรมเป็นที่พึ่งของเรา และพระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัส ก็ไม่สามารถเดินทางข้ามยุคผ่านสมัยมาถึงเราได้ หากไร้ซึ่งพระสงฆ์ ผู้สืบทอดพระธรรม พร้อมทั้งนำมาปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เราจึงสวดกันว่า สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ พระสงฆ์เป็นที่พึ่งของเรานั่นเอง

        แล้วเราจะพึ่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้อย่างไร”

โยมท่านหนึ่งถามต่อ ก็พึ่งได้ด้วยการปฏิบัติตามพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีแล้ว ตามพระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ให้เป็นศาสดา ซึ่งการปฏิบัติตามนี้พระพุทธองค์ตรัสไว้ ณ สถานที่แห่งนี้เพื่อรับรองว่าเป็นการบูชาพระพุทธองค์ที่สูงส่งที่สุด

หลังจากนั้นคณะของเราก็เดินกลับมา พบเด็กหญิงคนเดิมกับเครื่องดนตรี ดนตรีเริ่มบรรเลง และเสียงสวดเริ่มดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เธอเห็นว่าคณะเรากำลังเดินมา โยมท่านเดิมถามว่า แล้วเด็กที่เขาสวดอยู่นี่ไม่คิดจะเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งบ้างเหรอครับ? ทั้ง ๆ ที่อยู่ใกล้ชิดมาก

คำถามนี้ชวนคิด ชวนให้กลับมาดูตัวเราเอง เราเองที่อยู่ในประเทศไทย ที่เราสถาปนาว่าเป็นเมืองหลวงของพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน แต่เรายึดสิ่งใดกันเป็นที่พึ่ง ใช่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์หรือไม่?

เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยสิ่งใด ใช่การปฏิบัติตามพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีตามพระธรรมของพระพุทธเจ้าหรือไม่?

หรือเราก็เป็นเหมือนกับเด็กผู้หญิงกับเครื่องดนตรี ที่อยู่ใกล้แต่ไม่รู้ค่า ที่เอาแต่สวดแต่ไม่นำมาปฏิบัติ? หรือว่าเรากำลังเป็นเหมือนอาตมาตอนเดินลงเขา ที่มีหมอดีอยู่ใกล้ ๆ เราแต่มองไม่รู้จัก?

เราต้องรอกันถึงตอนไหน หรือจะต้องรอจนใกล้หมดลมหายใจ แล้วมีคนมากระซิบบอกข้างหูว่า “ทำใจดี ๆ นึกถึงพระไว้นะ” หรือเราจะรอจนกว่าพระสงฆ์เป็นที่พึ่งสุดท้าย ถึงจะหันมาสนใจปฏิบัติตามและนำมาเป็นที่พึ่ง?

เย็นกาย สุขใจ  โดย  พระมหาธนเดช  ธมฺมปญฺโญ

พระมหาธนเดช  ธมฺมปญฺโญ
พระมหาธนเดช  ธมฺมปญฺโญ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here