“เสียงสวดมนต์เป็นเหมือนเกาะป้องกันภัยให้เรามีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ใจเป็นบุญ ใจสงบ แม้เดินทางไปไหนในพื้นที่ก็มีความรู้สึกว่า พระท่านไปด้วย ท่านไปคุ้มครอง แม้จะเข้านอนก็มีความอุ่นใจได้เสียงสวดมนต์เป็นเครื่องป้องกันภัย

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น …

พระสุชยา มุนิเสฏโฐ 

พระธรรมทูตอาสาจังหวัดนราธิวาส

เล่าเรื่องแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนาจากชายแดนใต้ 
ที่ทำให้เรายังคงอยู่ที่นี่ ก่อเกิดเป็นพลังสามัคคี
ในชุมชนหลากหลายวัฒนธรรมที่่เกื้อกูลกันอย่างงดงามมาแต่อดีตกาล
จนถึงปัจจุบัน

เสียงสวดมนต์รับเช้าวันใหม่

ต่อลมหายใจพระพุทธศาสนาชายแดนใต้”

โดย  พระสุชยา มุนิเสฏโฐ  พระธรรมทูตอาสาจังหวัดนราธิวาส

คอลัมน์ จาริกบ้าน จารึกธรรม (หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ. คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๐ 

         พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

สียงที่ออกจากลำโพงบนเสาสูงกว่า   เมตร กระจายเสียงก่อนทำวัตรเช้าทำวัตรเย็น  ทุกวัน ที่ศูนย์อบรมเยาวชนบ้านร่มเย็น และที่พักสงฆ์บ้านร่มเย็น โดยช่วงเช้าเริ่ม  .๕๐ . และช่วงเย็นเริ่ม ๑๗.๕๐  . จนเป็นเสียงที่ชาวบ้านทุกคนต่างบอกว่านี่คือสิ่งสำคัญกับการเริ่มต้นชีวิตในวันใหม่ที่แสนจะเป็นมงคล

           หากย้อนไปเมื่อ ปี ..๒๕๔๗ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นเป็นรายวัน มียาเสพติดเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ และมีชาวพุทธที่ลดน้อยลงทุกวันๆ สิ่งใดที่หนอจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจได้ดีที่สุด และสิ่งใดที่จะช่วยให้เยาวชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ออกห่างยาเสพติดให้มากที่สุด และให้ชาวพุทธที่ยังหยัดยืนอยู่ในพื้นที่นั้นมีศีลธรรมคอยปกป้องภัย

ผู้เขียนเป็นส่วนหนึ่งในพระธรรมทูตอาสา จังหวัดชายแดนใต้ และเป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์บ้านร่มเย็นรวมทั้งทีมงานพระและญาติโยม มีความคิดเห็นเหมือนๆ กันว่าควรนำหลักคำสอนและการปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนานี้แหละเป็นแนวทางจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน จึงได้เกิด ศูนย์อบรมเยาวชนบ้านร่มเย็น ขึ้นในปี ..๒๕๕๕  บนพื้นที่เพียง ๑ไร่ ในจังหวัดนราธิวาส และสิ่งแรกที่เราได้ทำงานเผยแผ่ คือ การนั่งสมาธิกลั่นแผ่นดินที่ศูนย์ พร้อมกับการสวดมนต์ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ทุกวัน

“ที่สำคัญโดยเฉพาะเสียงสวดมนต์ได้มีการกระจายเสียงออกไปให้ไกลถึงชาวพุทธทุกๆคน

เพื่อหวังให้เกิดความตระหนักถึงหน้าที่ของชาวพุทธขึ้นมาให้ได้”

แต่จุดเริ่มต้นนั้นไม่ค่อยจะสวยหรูสักเท่าไหร่  จากชาวพุทธที่ไม่ตื่นตัวมานานออกห่างจากวัดไปมาก และการสวดมนต์ที่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่สิ่งสำคัญของชีวิตเขา จึงเกิดความไม่เข้าใจและไม่ชอบใจอยู่บ้างในช่วงแรก

สิ่งนี้ทำให้ผู้เขียนคิดว่าจะทำอย่างไรดีหนอที่ให้ทุกคนที่เป็นชาวพุทธที่เหลือน้อยมากในพื้นที่ได้เข้าใจและพร้อมใจกัน เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันมาปฏิบัติตามแนวทางพระพุทธศาสนา เหมือนกับเพื่อนศาสนิกของเราที่ต้องปฏิบัติถึงวันละ เวลา เพราะการเจริญภาวนา ด้วยการสวดมนต์และนั่งสมาธิเป็นสิ่งสำคัญต่อมนุษยชาติเป็นอย่างมาก

สันติภาพภายนอกจะเกิดขึ้นได้นั้นจะต้องเกิดสันติสุขภายในใจเราก่อน เมื่อเป็นเช่นนี้ ศูนย์อบรมเยาวชนบ้านร่มเย็น จึงต้องพยายามทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้ดียิ่งขึ้นไปเพื่อสร้างความเข้าใจและให้ตระหนักถึงความสำคัญในหน้าที่ของชาวพุทธให้ได้ จนกระทั่ง ปัจจุบันนี้ได้เกิดความสำเร็จในระดับหนึ่ง

สำหรับการกระจายเสียงสวดมนต์ออกไป ชาวบ้านบางส่วนลุกขึ้นมาสวดมนต์ตามเสียง บ้างก็ใช้เสียงเป็นสัญญาณในการปลุกให้ตื่น เพื่อทำมาหากินในเช้าวันใหม่ที่แสนจะเป็นมงคลกับชีวิตตนเอง บ้างก็ใช้เสียงเป็นสัญญาณในการเตรียมอาหารใส่บาตรพระทุกๆ เช้า จนกลายเป็นวัฒนธรรมอันดีงามที่ปลูกฝังอยู่ในใจของชาวบ้าน ทำให้เกิดความดีงามเป็นมงคลในทางพระพุทธศาสนา เกิดขึ้นในพื้นที่ที่หลายคนบอกว่ามีแต่ความเสี่ยง

ผู้เขียนได้พูดคุยกับชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงศูนย์อบรมเยาวชนบ้านร่มเย็น โยมเล่าให้ฟังว่ามีความอุ่นใจที่ตื่นมาทุกเช้าได้ยินเสียงสวดมนต์ ตอนค่ำก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ ในบางครั้งก็สวดไปด้วย สวดได้บ้าง สวดไม่ได้บ้าง

แต่ก็รู้สึกว่า เสียงสวดมนต์เป็นเหมือนเกาะป้องกันภัยให้เรามีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ใจเป็นบุญ ใจสงบ แม้เดินทางไปไหนในพื้นที่ก็มีความรู้สึกว่า พระท่านไปด้วย ท่านไปคุ้มครอง แม้จะเข้านอนก็มีความอุ่นใจได้เสียงสวดมนต์เป็นเครื่องป้องกันภัย

จังหวัดนราธิวาสนั้นมีจำนวนชาวพุทธอยู่ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ การที่จะประสานทั้งสามส่วน คือ บ้าน วัด โรงเรียน ให้ร่วมเป็นหนึ่งก็ถือว่ามีความยากพอสมควร ศูนย์อบรมเยาวชนบ้านร่มเย็นได้ทำให้เกิดขึ้นแล้ว เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีประดุจดั่งเสาหลักของพระพุทธศาสนาในพื้นที มีความเสี่ยง ด้วยอาศัยเสียงสวดมนต์ทุกๆ เช้าเย็น ที่กระจายไปทั่วพื้นที่

กิจกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของศูนย์อบรมเยาวชนบ้านร่มเย็น นอกจากในส่วนของที่เป็นกิจวัตรของพระภิกษุสามเณร ทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็นแล้ว ชวนญาติโยมทำดีด้วยการสวดมนต์ให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต บางครั้งยังมีการสวดมนต์สัญจรไปตามบ้านญาติโยม ตามโรงเรียนต่างๆ

กิจกรรมการเข้าค่ายคุณธรรมจริยธรรมสำหรับเยาวชนก็จัดเป็นประจำ และยังมีงานสาธารณะสงเคราะห์ออกไปเยี่ยมชุมชน ออกไปให้ธรรมะ ให้กำลังใจญาติโยมในพื้นที่ห่างไกล ไม่สะดวกที่จะมาวัด มีของใช้เล็กๆ น้อยไปเยี่ยมพอเป็นสะพานเชื่อมพระ เชื่อมธรรมเข้าหาโยม อันทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี

ากความเพียรพลิกฟื้นวิถีพุทธที่ผ่านมาหลายปี แสดงให้เห็นได้ว่าความรักในพระพุทธศาสนานั้นยังคงฝังลึกอยู่ในใจของชาวพุทธทุกคน เพียงแค่เรารวมใจหันหน้าเข้าหากันและพร้อมใจกันปฏิบัติตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดชีวิตนี้ก็จะพบแต่ความสุข โลกนี้ก็จะเป็นโลกที่น่าอยู่ตลอดกาล

และเมื่อเราได้เริ่มต้นงานเผยแผ่ได้แล้ว ด้วยหน้าที่และความตั้งใจของพระธรรมทูตอาสา จังหวัดชายแดนใต้ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ก็ได้ขยับการทำหน้าที่ต่อไป เพื่อให้เสาหลักของพระพุทธศาสนากลับมาทำหน้าที่ชาวพุทธให้เข็มแข็งยิ่งขึ้นไป

เสียงสวดมนต์รับเช้าวันใหม่

ต่อลมหายใจพระพุทธศาสนาชายแดนใต้”

โดย   พระสุชยา มุนิเสฏโฐ  พระธรรมทูตอาสาจังหวัดนราธิวาส

คอลัมน์ จาริกบ้าน จารึกธรรม (หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ. คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ กันยายน ๒๕๖๐ 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here