โลกอันจิตย่อมนำไป

นจิตตสูตร มีเทวดาทูลถามพระพุทธเจ้าว่า “โลกอันอะไรย่อมนำไป อันอะไรหนอย่อเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคืออะไร?”

สมัยเรียนตอนเป็นเณร พระอาจารย์ท่านเปิดคำถามนี้ขึ้นมาในชั้นเรียน เพื่อให้เราคิดและหาคำตอบกันตามความเห็นของตนเองก่อน ขณะนั้นเคยเรียนมาตั้ง ม.๑ ตอบตามหลักซะหน่อย ว่า “โลกไม่มีอะไรนำไปไหนครับ มันหมุนอยู่กับที่รอบตัวมันเอง และหมุนรอบด้วยอาทิตย์ด้วย” พระอาจารย์ขำก่อนจะบอกว่า “คำว่า โลก ในพระพุทธศาสนา” มี ๒ มิติ คือ โลก ที่เราอยู่อาศัย (earth) และ โลก คือ มนุษย์ หรือ การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ เรียกว่า มนุษยโลก (world)

พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป
พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป

โลก หรือ The Earth หมุนไปตามแรงโน้มถ่วงเป็นไปตามระบบสุริยจักรวาล มีความสัมพันธ์โยงใยกับพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาวและก็โลกของเรา

โลก คือ มนุษย์ หรือ The World ถูกทำให้ขับเคลื่อนไปเพราะอะไร เปลี่ยนแปลงไปด้วยอำนาจของอะไร? บางคนก็ตอบว่า ชะตาฟ้าลิขิต พรหมลิขิต เทพบันดาล อดีตกรรม ฯลฯ

แต่พระพุทธเจ้าตอบเทวดาว่า “โลกอันจิตย่อมนำไป อันจิตย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมด เป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคือจิต” โลกใบนี้ถูกผลักดันให้ขับเคลื่อนไปด้วยอำนาจของจิตใจ ทางวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาสั่งสมองค์ความรู้จนมาเป็นวิชา “จิตวิทยาสังคม” สะท้อนความจริงของพุทธพจน์นี้ได้เป็นอย่างดี

สังคมบ่มเพาะจิตใจของคนให้เป็นไป (Socialization) ถ่ายทอดให้คนมีความรู้ ความเชื่อ ค่านิยม และแนวโน้มพฤติกรรม ตามที่สังคมต้องการ โดยเฉพาะสมาชิกใหม่ของสังคมก็คือเด็ก ผ่านกลไกสำคัญ คือ ครอบครัว โรงเรียน เพื่อน ศาสนา สื่อมวลชน สิ่งเหล่านี้ทางพระเรียกว่า “ปรโตโฆสะ” คือ เสียงจากภายนอก หรือ สิ่งแวดล้อมนั่นเอง ซึ่งถ้าเป็นแวดล้อมของ “กัลยาณมิตร” ก็ส่งผลต่อต่อจิตใจและความประพฤติในอนาคต แต่ถ้าเป็น “ปาปมิตร” คือ สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ความคิดจิตใจและพฤติกรรมก็เกินจะคาดเดา

“ปรโตโฆสะ” คือ เสียงจากภายนอก หรือ สิ่งแวดล้อมนั่นเอง

เมื่อมาทบทวนสิ่งต่างๆ เด็กของเราอยู่ท่ามกลางความอบอุ่นของกัลยาณมิตร หรือชีวิตเขาถูกรุมเร้าด้วยปาปมิตร ข่าวไม่ดีออกถี่ทุกชั่วโมง แม่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า กำลังดูข่าวอยู่กะลูกวัยแรกรุ่น อยู่ดีดี นักข่าวเปิดเสียงคลิปออกทีวีคว้าปิดแทบไม่ทัน แล้วแม่ลูกก็มองหน้ากันด้วยความงุนงงว่า จะเปิดเสียงนั้นขึ้นมาทำไม ทีวีมีแม่ช่วยปิดและอธิบายให้เข้าใจ แต่ในมือถือแม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ลูกดูอะไร

พ่อแม่จะคิดอย่างไร ถ้าลูกมีเน็ตไอดอลเป็นต้นแบบ?

Related:

ห้ามก็เหมือนยุ ปล่อยก็กลัวจะเตลิด ตอนอยู่ประถมก็เหมือนจะเชื่อพ่อติดแม่งอแงถ้าพ่อแม่อยู่ไกล เวลาเปลี่ยนไปก้าวสู่วัยรุ่น เถียงแม่แทบจะทุกคำ พ่อทำอะไรให้ก็หงุดหงิด ติดเพื่อนแจพ่อแม่แทบไม่อยากใกล้ ให้ฟังพระทำเป็นหลับ พอเปิดเพลงกินตับดิ้นยังกะไส้เดือนโดนน้ำร้อน สักพักก็ตีกันไม่ใช่เรื่องอะไรใหญ่โตแค่ยอมไม่ได้ที่อีกฝ่ายเหยียบเงา

จิตของเยาวชนกำลังไปทางไหน?

แนวโน้มของอนาคตถูกกำหนดด้วยความดีงาม หรือว่ามันกำลังเป็นไปตามยถากรรมไร้ทิศทาง ล่องลอยไปดุจปุยนุ่นผ่าพายุ สุดท้ายมันจะเป็นอย่างไร?

เปิดประเด็นมาขนาดนี้ บางท่านก็อาจจะกำลังคิดว่า “เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้” ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ตอนเป็นเด็กก็เคยคิดแบบนี้เหมือนกัน “ชีวิตเราจะดีขึ้นได้จริงๆ เหรอ?” พระอาจารย์ที่สอนครั้งนั้นไม่ได้ตอบตรงๆ แต่ท่านเล่าว่า วันหนึ่งทะเลซัดปลาดาวมานอนเกยหาดนับพันตัว ถ้าพระอาทิตย์ขึ้นทรายร้อนพวกมันต้องตายแน่นอน มีชายคนหนึ่งหยิบปลาดาวขว้างลงทะเลทีละตัว มีคนมาเจอแล้วร้องถามว่า “จะช่วยทั้งหมดนี้ได้อย่างไร? เสียแรงเปล่าน่า” ชายคนนั้นไม่ได้หยุดแต่ก็ตอบออกมาว่า “อย่างน้อยๆ ผมก็ช่วยไปได้หลายตัวแล้ว” พระอาจารย์หยุดเล่าแล้วถามว่า “เณรทำอะไรเพื่อตัวเองได้บ้างละ ถึงจะเล็กน้อยก็ยังดีนะ”

ตั้งแต่วันนั้นมาผู้เขียนได้คำประจำใจว่า “อย่ามัวมองแต่สิ่งที่ทำไม่ได้ จงมองหาว่าทำอะไรได้บ้าง แล้วก็ลงมือทำ” ถึงผลลัพธ์มันจะเป็นลบ แต่มันทำให้เราได้เรียนรู้
เปลี่ยนจิตร้ายให้กลายเป็นดี เริ่มที่พ่อแม่ดูแลลูกด้วยจิตแห่งกัลยาณมิตร

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า “เราไม่อาจจะเปลี่ยนความคิดเด็กได้ด้วยคำสั่งหรือใช้อำนาจ แต่พลังแห่งรักของครอบครัว และครูจะเปลี่ยนจิตเด็กให้คิดดีได้”

หลวงพ่อพุทธทาสบอกว่า “ศีลธรรมของยุวชน คือสันติภาพของโลก” อยากให้พ่อแม่เลี้ยงดูลูกๆ ด้วยความรู้สึกว่า “เรากำลังสร้างสันติภาพให้กับโลกใบนี้ ด้วยความรักของเรา หัตถาของพ่อแม่จะเปลี่ยนแปลงโลก ด้วยการโอบอุ้มเลี้ยงดูลูกๆ ด้วยรัก”

เพราะโลกใบน้อยของลูกจะถูกผลักไส และเป็นไปด้วยอำนาจจิตหรือความคิดของพ่อแม่ นั่นเอง.

โลกอันจิตย่อมนำไป 

พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป
พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป

โดย พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป

จากคอลัมน์ โชคดีที่มีพระ

หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๐

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here